• phoothit

วิสาขบูชา : “อริยสัจ 4” หนทางดับทุกข์ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้


วิสาขบูชา : “อริยสัจ 4” หนทางดับทุกข์ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้

“วิสาขบูชา” ย่อมาจาก "วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีไหนมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นวันเพ็ญเดือน 7 เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ คือ เป็นวันประสูติ (ก่อน พ.ศ. 80 ปี) ตรัสรู้ (ก่อน พ.ศ. 45 ปี) และปรินิพพาน (ก่อน พ.ศ. 1 ปี) ของพระพุทธเจ้า โดยเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในวันเดียวกันคือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 แต่ต่างปีกัน


ในปีนี้ตรงกับวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งกิจกรรมในวันวิสาขบูชา ชาวพุทธในประเทศไทย นิยมทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน และฟังเทศน์ บางคนถือโอกาสถือศีลเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตนเอง


เนื่องในโอกาสนี้ “สุขเกษียณ” ชวนรำลึกถึงหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้เพื่อเป็นหนทางแห่งการดับทุกข์


หลังออกผนวชได้ 6 ปี เมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เมื่อเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี


สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจ 4 หมายถึง ความจริงแห่งพระอริยะ สำหรับการดับทุกข์ เพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงอันประกอบด้วยธรรม 4 ประการ หรือความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ คือ


1. ทุกข์ คือ ความทุกข์ เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ไม่สบายกาย และสบายใจ


ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับทุกชีวิต คือ ปัญจุปาทานักขันธ์ 11 ประการ ได้แก่ การเกิด (ชาติ) การแก่ (ชรา) การตาย (มรณะ) การโศกเศร้า (โสกะ) การร่ำไรและรำพัน (ปริเทวะ) การทุกข์กาย (ทุกขะ) การทุกข์ใจ (โทมนัสสะ) การคับแค้นใจ (อุปายาส) การพลั้งเจอหรืออยู่ร่วมกับสิ่งที่ตนไม่รัก ไม่ยินดี (อิปปิยสัมปโยค) การพลัดพรากจากสิ่งที่ตนรัก (ปิยวิปปโยค) และ การปรารถนาที่ไม่ได้ตามปรารถนา (อิจฉาวิฆาตะ)


2. สมุทัย คือ มูลเหตุหรือต้นเหตุแห่งทุกข์นั้น


หลักธรรมที่กล่าวถึงสิ่งควรละเว้น เพื่อไม่ให้เกิดทุกข์ต่าง ๆ ที่ควรรู้ คือ "หลักกรรม (วิบัติ 4)" หรือกฎแห่งกรรม เป็นคำสอนที่สำคัญของพุทธศาสนา มีใจความสั้นว่า หว่านพืชเช่นใดได้ผลเช่นนั้น "อกุศลกรรมบถ 10" กรรมชั่วอันเป็นทางไปสู่ความเสื่อมและความทุกข์ และ "อบายมุข 6" ทางแห่งความเสื่อม 6 ประการ


3. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ ด้วยการเข้าใจในความทุกข์อันมีตัณหาเป็นสาเหตุที่ทุกชีวิตไม่สามารถหลีกพ้นได้ หลักธรรมที่ทำให้ดับทุกข์มีมากมาย โดยเป้าหมายสูงสุดคือ นิพพาน ซึ่งเป็นสุขที่สุด แบ่งออกเป็น “สามิสสุข” คือ ความสุขทางกายที่เกิดจากวัตถุภายนอก เรียกว่า กามสุข เป็นความสุขที่ไม่แน่นอน และ “นิรามิสสุข” คือ ความสุขที่ไม่อิงอาศัยวัตถุภายนอก เรียกว่า ความสุขทางใจ มี 3 ขั้น คือ “นิรามิสสุขขั้นต่ำ” เช่น ได้รับการยกย่อง “นิรามิสสุขขั้นกลาง” เช่น การมีจิตใจสงบ “นิรามิสสุขขั้นสูงสุด” คือ นิพพาน


4. มรรค คือ แนวทางแห่งการดับทุกข์


แนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์ 8 ประการ เรียกว่า มรรค 8 คือ 1. สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ 2. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ 3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ 4. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ 5. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ 6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ 7. สัมมาสติ ระลึกชอบ และ 8. สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ ซึ่งรวมเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "มัชฌิมาปฏิปทา" หรือทางสายกลาง


การเข้าถึง อริยสัจ 4 นั้น สรุปได้อย่างง่ายคือ "รับรู้" คือ การรับรู้และทำความเข้าใจกับความทุกข์ที่เกิดขึ้นของตน และใช้ "ปัญญา" เพื่อวิเคราะห์เหตุที่มาของความทุกข์นั้น ต่อมาจึง "กำหนดสิ่งดับทุกข์" หลังจากรู้เหตุที่มาแล้ว โดยยอมรับในความจริงและทุกข์นั้น ท้ายสุดคือ "ปฏิบัติ" ตามแนวทางหรือหลักธรรมที่ทำให้เกิดการดับทุกข์ได้ เช่น มรรค 8


เมื่อมีทุกข์ย่อมมีสุขเป็นของคู่กัน การมีความสุขในชีวิตทุก ๆ วัน อาจไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือการได้เรียนรู้ ยอมรับ และทำความเข้าใจในทุกข์ของตนเอง เมื่อเข้าใจแล้ว จะสามารถเห็นหนทางดับทุกข์นั้นลงได้ หลักธรรมดังที่กล่าวมาเป็นเบื้องต้นที่ชาวสุขเกษียณสามารถปฏิบัติได้จริง


หนทางแห่งความสุขของชาวสุขเกษียณคืออะไร


(ข้อมูลบางส่วนจาก : ศูนย์บริการวิชาการธรรมสุทัศน์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม)