• phoothit

ยันฉีด "แอสตร้าฯ" เป็นหลัก สธ. แจงแผนจัดสรรวัคซีนโควิด-19 เปลี่ยนได้ตามสถานการณ์


เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อรายงานข่าวเกี่ยวกับการกระจายวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยมีเนื้อหาให้เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและมีเหตุผล รวมถึงการจัดสรรวัคซีนในแต่ละพื้นที่ นั้น กรมควบคุมโรค ขอชี้แจงว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนและแผนการกระจายวัคซีนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มมีการวางแผนและการนำแผนสู่การปฏิบัติ ทั้งในการแถลงข่าวประจำของ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) การแถลงข่าวของ สธ. และในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ สธ.


อย่างไรก็ตาม แผนการกระจายวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ในประเทศไทย อาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน โดย ศบค. จะมีการประชุมหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยคำนึงถึง 4 ปัจจัยสำคัญ ดังนี้ 1.จำนวนวัคซีนที่มี 2.จำนวนประชากร 3.สถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน และ 4.กลุ่มเป้าหมาย เช่น ครู แรงงาน เป็นต้น


ซึ่งการกระจายวัคซีนต้องคำนึงถึงสถานการณ์ของการระบาดเพื่อควบคุมโรค โดยอยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการในแต่ละชุด และปรับตามความเห็นและข้อแนะนำ ซึ่งล่าสุดประเด็นดังกล่าวได้เข้าสู่คณะที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ ซึ่งหากมีข้อแนะนำเพิ่มเติม ก็สามารถปรับเปลี่ยนแผนได้ตามความเหมาะสมตามสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน และปริมาณวัคซีนที่ประเทศไทยได้รับ


นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการฉีดวัคซีนในกลุ่มบุคคลทั่วไป จะเริ่มในเดือนมิถุนายน 2564 จะใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นหลักตามที่มีวัคซีนเข้ามา ส่วนวัคซีนซิโนแวคเป็นส่วนเสริม ที่เริ่มมีการฉีดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบการบริหารจัดการ และติดตามข้อมูลข่าวสารจาก สธ. เป็นหลักเพื่อลดความสับสนในเรื่องดังกล่าว และขอให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามา ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพตามมาตรฐานทางสาธารณสุขก่อนนำมาฉีดให้กับประชาชน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและความรุนแรงของโรค


ขณะที่ ข่าวทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยข้อมูลว่า ประเทศไทยเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นมา โดยวัคซีนซิโนแวคที่เข้ามารวม 3.5 ล้านโดส และกระจายฉีดวัคซีนไปทั่วประเทศแล้ว 2.9 ล้านโดส ประสิทธิภาพของวัคซีนยังให้ผลดี ทั้งลดอัตราการเสียชีวิตและความรุนแรงของโรค


(ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ ทำเนียบรัฐบาล)



sook-kasean-vaccine
ยันฉีด "แอสตร้าฯ" เป็นหลัก สธ. แจงแผนจัดสรรวัคซีนโควิด-19 เปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

ดู 17 ครั้ง0 ความคิดเห็น