• phoothit

“ปู่ฤๅษี” คุณค่าในคำสอนเรื่องมนุษย์ จาก พระอภัยมณี


“ปู่ฤๅษี” คุณค่าในคำสอนเรื่องมนุษย์ จาก พระอภัยมณี

เนื่องในวันสุนทรภู่ 26 มิถุนายน ของทุกปี สถานศึกษาและหน่วยงานหลายแห่งทั่วประเทศต่างจัดกิจกรรมรำลึกถึงกวีเอกคนหนึ่งของโลกท่านนี้ ชวนให้นึกถึงเรื่องเล่าและลีลาการประพันธ์อันงดงามเหนือกาลเวลา โดยเฉพาะนิทานเหนือจินตนาการผลงานเด่นเรื่อง “พระอภัยมณี” ที่ตัวละครต่างเป็นที่รู้จักและถูกผลิตซ้ำเป็นผลงานอื่น ๆ ของคนรุ่นหลังมากมาย


“สุขเกษียณ” ชวนรำลึกถึงตัวละคร “พระฤๅษี” หรือปู่ฤๅษี พระอาจารย์ของสุดสาครในเรื่องพระอภัยมณี ชายชราผู้ชี้ทางสอนสั่งผู้คน ไม่ใช่เพียงในโลกของพระอภัยมณี แต่รวมไปถึงผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริงอีกด้วย


"พระอภัยมณี" หนึ่งในผลงานการประพันธ์ของ "พระสุนทรโวหาร" หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "สุนทร ภู่" กวีคนสำคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เรื่องราวใน พระอภัยมณี ถูกแบ่งออกเป็นหลายตอน โดยตอนที่นิยมจะเป็นช่วง การผจญภัยของสุดสาคร ซึ่งเป็นตัวละครเด่นที่สำคัญกับเนื้อเรื่องอีกตัว รองจากพระอภัยมณี


หลังจากที่พระอภัยมณีได้หนีจากนางยักษ์ผีเสื้อสมุทร ด้วยการช่วยเหลือของครอบครัวเงือก และพระฤๅษีแห่งเกาะแก้วพิสดาร ต่อมานางเงือกได้ให้กำเนิดลูกของอภัยมณีนาม สุดสาคร ซึ่งได้รับการเลี้ยงดูและฝึกฝนวิชาต่าง ๆ จากพระฤๅษี


พระฤๅษีสั่งสอนวิชาความรู้ต่าง ๆ ให้สุดสาคร กระทั่งเชี่ยวชาญเวทย์มนต์คาถา จนสามารถจับม้านิลมังกร เมื่ออายุเพียง 3 ปีเท่านั้น


จากนั้นพระฤๅษีได้เล่าเรื่องพระอภัยมณีผู้เป็นบิดาให้สุดสาครฟัง และให้สุดสาครออกเดินทางตามหาเพื่อจะได้ช่วยปกครองบ้านเมืองของบิดาต่อไป พร้อมมอบไม้เท้าวิเศษให้เป็นอาวุธและปิ่นทองของพระอภัยมณีเสียบมวยผม


ระหว่างเดินทาง สุดสาครผจญกับอันตรายต่าง ๆ ต้องต่อสู้กับเหล่าผีดิบ และพบชีเปลือยซึ่งต้องการม้านิลมังกรและไม้เท้าวิเศษ จึงหลอกสุดสาครว่าจะบอกมนต์ป้องกันตนบนภูเขา สุดสาครหลงเชื่อจนถูกผลักตกลงไปในเหว ชีเปลือยชิงม้านิลมังกรและไม้เท้าไป กระทั่งพระฤๅษีมาช่วยไว้ได้ ดังบทร้อยกรองว่า


"...บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา

เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต

แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน

มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล

ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึ่งเจรจา

แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา

รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

จงคิดตามไปเอาไม้เท้าเถิด จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี

พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี รูปโยคีหายวับไปกับตา ฯ..."


บทร้อยกรองดังกล่าวเป็นบทกลอนที่ได้รับความนิยม เป็นที่จดจำของคนทั่วไปบทหนึ่ง ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่พระฤๅษีช่วยสุดสาครขึ้นจากเหว แต่เป็นสิ่งที่พระฤๅษีได้สอนสั่งสุดสาคร ซึ่งว่าด้วยการเปรียบอุปมาอุปไมยว่าใจคนนั้น คดเคี้ยวกว่าเถาวัลย์ ยากแท้ที่จะหยั่งถึง ผู้ที่พึ่งพาได้ที่สุดเป็นตัวเราเอง ซึ่งจำเป็นต้องมีวิชาความรู้เพื่อรักษาตัวเองให้รอด


ปู่ฤๅษี พระอาจารย์ของสุดสาครนั้น มีบทบาทไม่น้อยต่อเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นผู้ดูแลสอนสั่งสุดสาครให้มีวิชาติดตัว รวมทั้งชี้แนวทางให้เข้าใจโลกภายนอกมากขึ้น เป็นตัวละครชายชราที่มีคุณค่าต่อเรื่องราวในพระอภัยมณี


ไม่เพียงแค่นั้น บทกลอนของสุนทรภู่ดังกล่าวยังเป็นสัจธรรมในโลกแห่งความจริง เสมือนสุนทรภู่ได้สอนสั่งตักเตือนผู้อ่านผ่านปากพระฤๅษี ซึ่งแม้ว่าจะผ่านมาเป็นร้อยปีก็ยังเป็นเช่นนั้น


ตัวละครพระฤๅษีสะท้อนบทบาทการเป็นคนที่มีคุณค่าของความเป็นผู้อาวุโสและครูอาจารย์ในแง่หนึ่ง แม้จะไม่มีบทบาทไม่มากนัก แต่สิ่งนั้นได้หล่อหลอมบทบาทของตัวละครสำคัญตัวอื่นในเรื่อง ซึ่งส่งผลต่อเหตุการณ์สำคัญในเรื่องอย่างมาก โดยเฉพาะกับตัวละครเอกที่สำคัญอย่างพระอภัยมณีและสุดสาคร


การกระทำดังกล่าวยังสะท้อนบทบาทหน้าที่ของผู้สูงอายุในโลกแห่งความเป็นจริงในฐานะที่เป็นผู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมานาน ซึ่งสามารถถ่ายทอดประสบการณ์นั้นต่อคนรุ่นหลังได้


นิทานกวีของสุนทรภู่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยปรัชญาแนวคิดที่สามารถหยิบยกมาพิจารณาได้ในชีวิตจริง


หากนึกถึงตัวละครของสุนทรภู่ ชาวสุขเกษียณ นึกถึงใคร


(ข้อมูลบางส่วนจาก : โครงการห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ)



ดู 87 ครั้ง0 ความคิดเห็น