• phoothit

เลิกสูบลดเสี่ยงโควิด-19 เนื่องใน “วันงดสูบบุหรี่โลก”


sook-kasean-smorking
เลิกสูบลดเสี่ยงโควิด-19 เนื่องใน “วันงดสูบบุหรี่โลก”


เนื่องในวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” และปี 2564 นี้ ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อให้ 180 ประเทศสมาชิก ร่วมผลักดันเชิงนโยบาย และจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักถึงพิษภัยและอันตรายของบุหรี่ทุกประเภท ส่งเสริมให้ผู้สูบบุหรี่ทั่วโลกเลิกบุหรี่ให้ได้ 100 ล้านคน


ขณะที่ประเทศไทย ได้กำหนดคำขวัญในปีนี้ว่า “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงในการแพร่กระจายและโอกาสรับเชื้อโควิด-19 ได้ เพราะขณะสูบบุหรี่ ผู้สูบไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยและใช้มือในการหยิบบุหรี่เข้าปาก ส่วนใหญ่ไม่มีการล้างมือให้สะอาดก่อนสูบ ทั้งยังมีรายงานพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนใหญ่มักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีอาการรุนแรง และเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้


นอกจากนี้ บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองตีบ และโรคเลือดแดงส่วนปลาย อีกทั้งยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปอด ซึ่งพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของโรคมะเร็งปอดในผู้ชาย และ 79 เปอร์เซ็นต์ ของโรคมะเร็งในผู้หญิงเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่


รายงานจากหลายประเทศสรุปตรงกันว่า คนที่สูบบุหรี่เสี่ยงที่จะป่วยเป็นโควิด-19 รุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ข้อมูลจากวารสารทางวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ยังระบุว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีประวัติการสูบบุหรี่มีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ถึง 14 เท่า


นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น 5-7 เท่า เนื่องจากจะทำให้เม็ดเลือดขาวสู้กับเชื้อโรคได้น้อยลง ภูมิต้านทานปอดลดลง การแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดผิดปกติ โควิด-19 จะจู่โจมและทำอันตรายจนปอดบวมได้


ทั้งนี้ความเสี่ยงดังกล่าวยังสูงขึ้นไปอีกในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้สูงอายุที่สูบบุหรี่ที่มักแสดงอาการโควิด-19 รุนแรงกว่าคนวัยอื่น


“สุขเกษียณ” แนะนำวิธีลด ละ เลิก บุหรี่


1. ปรับพฤติกรรม โดยเริ่มจากการค่อย ๆ ลดปริมาณของการสูบลงในแต่ละวัน รวมทั้งลดความเคยชินบางอย่าง เช่น ไม่สูบหลังมื้ออาหาร ไม่สูบเมื่อเกิดความเครียด โดยหันไปเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือลูกอมแทน เป็นต้น


2. เลี่ยงสถานที่สูบบุหรี่ประจำหรือเลี่ยงคนที่สูบบุหรี่


3. ดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณ 10 แก้วหรือ 2 ลิตรต่อวัน


4. เลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ด เค็ม มัน หวาน เหล่านี้จะกระตุ้นให้อยากสูบบุหรี่ เน้นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจะช่วยลดอาการอยากได้


5. ออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ขับสารพิษออกทางเหงื่อ


6. ตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง เช่น จะเลิกภายในระยะเวลาเท่าไร หรือจะลดบุหรี่ลงจากที่เคยสูบประจำเท่าไร หรือความสำคัญที่ตั้งเป้าไว้คืออะไร เป็นต้น


7. ใช้ตัวช่วย นอกจากอาหารและขนมที่ช่วยลดอาการอยากได้แล้วนั้น นิโคตินทดแทนก็สามารถช่วยได้ เช่น แผ่นแปะนิโคติน หมากฝรั่งนิโคติน เป็นต้น เพราะอาการติดบุหรี่นั้นมาจากการติดนิโคตินเป็นหลัก


8. หักดิบ ในกรณีนี้ต้องใช้ความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก แต่ต้องพิจารณาดูอาการว่าเป็นอย่างไร บางรายอาจเกิดอาการรุนแรงเมื่ออยากบุหรี่ ต้องปรึกษาแพทย์หรือติดต่อศูนย์บริการเลิกยุหรี่แห่งชาติ สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600


ชาวสุขเกษียณต้องใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ สามารถลดละเลิกบุหรี่ได้ตามวิธีการที่แนะนำข้างต้น ส่วนวิธีการดูแลตัวเองเกี่ยวกับโควิด-19 นั้น สุขเกษียณเคยนำเสนอไปแล้วในบทความเรื่อง “สุขเกษียณกับแนวทางดูแลสุขภาพในช่วงโควิด-19” สามารถอ่านได้ที่ลิงก์ต่อไปนี้ (คลิกเพื่ออ่าน)


(ข้อมูลบางส่วนจาก : มติชน, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) และ โรงพยาบาลสมิติเวช)