• phoothit

"หมอยง" แจงฉีดวัคซีนสลับชนิด วิจัยแล้วทำได้ ด้านอนามัยโลกค้าน อย่าหาทำ


sook-kasean-news-covn4


เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเรื่อง "โควิด-19 การศึกษาวิจัยนำไปสู่การปฏิบัติจริง การสลับชนิดของวัคซีน"


โดยระบุข้อความว่า ทางศูนย์ได้มุ่งมั่นทำการศึกษาวิจัยโดยทีมงานนักวิทยาศาสตร์และคณะแพทย์ มากกว่า 30 ชีวิต ที่ทำงานอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่อง covif-19 vaccine ที่มีโครงการทำอยู่มากกว่า 5 โครงการ เพื่อนำมาใช้อย่างเร่งด่วนในประเทศไทยให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ การสลับชนิดของวัคซีน เราทำมาโดยตลอดและเห็นว่า การให้วัคซีนเข็มแรกเป็นชนิดเชื้อตาย แล้วตามด้วยไวรัส Vector จะกระตุ้นได้ดีมาก


สำหรับการให้วัคซีนเชื้อตายที่เป็นทั้งตัวไวรัส เปรียบเสมือนการทำให้ร่างกายเราเคยติดเชื้อ และมีภูมิคุ้มกันขึ้นมาระดับหนึ่ง หรือสร้างความคุ้นเคยกับระบบภูมิต้านทาน เมื่อกระตุ้นด้วยต่างชนิดโดยเฉพาะไวรัสเวกเตอร์ จึงเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า booster effect เหมือนกับคนที่หายแล้วจากโรคโควิด-19 และได้รับวัคซีนเสริมอีก 1 ครั้ง ก็จะมีการกระตุ้นภูมิต้านทานขึ้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเราได้ทำการทดลองแล้ว


การศึกษานี้เราไม่ได้ทำเฉพาะการตรวจวัดภูมิต้านทานเท่านั้น เรายังได้ทำภาวะขัดขวางไวรัส inhibition test ที่สามารถขัดขวางได้ดีมาก เฉลี่ยถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และมีหลายรายถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ในทำนองเดียวกันการให้เชื้อตาย 2 เข็ม ยิ่งสอนให้ร่างกายเหมือนกันติดเชื้อจริงแบบเต็ม ๆ หรือแบบรุนแรง แล้วเมื่อมากระตุ้นด้วยวัคซีนไวรัส Vector จึงมี Booster effect ที่สูงมาก


ขณะที่ การศึกษาวิจัยของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เรากำลังทำการศึกษากับสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ delta และระบบภูมิคุ้มกันชนิดที่เรียกว่า T cell หรือ CMIR แน่นอนการศึกษานี้ ฝรั่งไม่ทันแน่นอน เพราะฝรั่งไม่ได้ใช้วัคซีนเชื้อตาย และจีนก็ไม่ได้ใช้วัคซีนไวรัสเวกเตอร์อย่างกว้างขวางในขณะนี้


ข้อมูลขณะนี้ผมมีเป็นจำนวนมาก มากพอที่จะสรุป เพราะทุกท่านให้ความร่วมมือดีมาก รวมทั้งอาสาสมัครที่อยู่ในการศึกษาเป็นจำนวนมาก ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่ง ส่วนข้อดีที่ทำให้ทางกระทรวงสาธารณสุขยอมรับ และนำมาปรับใช้ในเชิงนโยบายจากการศึกษานี้


1. ทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนได้ภูมิต้านทานที่สูงภายในเวลา 6 สัปดาห์ ซึ่งเร็วกว่าการให้วัคซีนไวรัสเวกเตอร์ในประเทศไทยที่จะได้ภูมิต้านทานสูง ต้องใช้เวลา 12 สัปดาห์ เหมาะสมกับการที่โรคกำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ซึ่งเรารอไม่ได้


2. เป็นการปรับใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ขณะนี้ที่จำกัดให้ได้ประโยชน์สูงสุด


3. การกระตุ้นเข็ม 3 ด้วย virus Vector สามารถทำได้ให้เกิดภูมิต้านทานที่สูงมาก โดยไม่ต้องรอวัคซีนชนิดอื่น เพื่อประโยชน์ของบุคลากรทางการแพทย์


ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้ขณะนี้มีเป็นจำนวนมากพอ โดยเฉพาะการฉีดสลับเข็ม ข้อมูลที่ถูกในบันทึกในหมอพร้อมมีมากกว่า 1, 200 ราย โดยที่ไม่มีอาการข้างเคียงที่รุนแรงแต่อย่างใด


ผมเองท้อใจหลายครั้งที่ไม่อยากจะมาโพสต์ให้ความรู้ และมีการหยุดเป็นครั้งคราว แต่ก็มีผู้ทักท้วงมาเป็นจำนวนมาก ว่าถ้าหยุดก็จะเข้าทางของผู้ไม่หวังดี ผมเองมุ่งทำการศึกษาวิจัยมาเกือบ 40 ปี เพื่อให้ความรู้กับชาวโลก ไม่เฉพาะประเทศไทย เพราะเผยแพร่ในวารสารนานาชาติมาตลอด สังคมไทยในภาวะวิกฤติแบบนี้ แทนที่จะร่วมมือกัน สามัคคี แต่กลับเป็นพยายามที่จะพูดจาถากถาง ดึงเข้าสู่การเมือง ในบางครั้งมีการกล่าวหาที่เลื่อนลอย และไม่เป็นความจริง


อย่างไรก็ตาม ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า พญ.โสมยา สวามินาธาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเกี่ยวกับประเด็นการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สองเข็มต่างยี่ห้อ โดยเฉพาะวัคซีนที่ต่างเทคโนโลยีกันว่า "ค่อนข้างก่อให้เกิดแนวโน้มอันตราย"


"เรื่องนี้ไม่มีข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์รองรับเพียงพอ โดยเฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่ได้รับวัคซีนแบบนั้น ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในหลายประเทศที่ใช้วิธีนี้ อาจมีความวุ่นวายมากขึ้น หากอนาคตเอกชนหรือประชาชนตัดสินใจได้เองว่า จะรับวัคซีนโดสที่สอง สาม สี่ เมื่อใด หรือจะใช้วัคซีนที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีแบบไหน และผลิตโดยบริษัทแห่งใด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก" พญ.สวามินาธาน กล่าว


ขณะที่ นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยบริจาควัคซีนต้านโรคโควิด-19 ให้แก่ประเทศยากจน แทนที่จะเดินหน้าทำการฉีดวัคซีนกระตุ้น (Booster) ซึ่งยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนแนวคิดที่ว่า การฉีดเข็มที่ 3 คือสิ่งจำเป็น


ข้อมูลปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนครบโดสจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต้านการอาการป่วยโควิด-19 ที่รุนแรงและถึงแก่ชีวิตให้แก่ตัวผู้รับไปได้อีกนาน เพราะฉะนั้น ความจำเป็นเร่งด่วนในตอนนี้ต้องเป็นการฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดแม้แต่เข็มเดียวมากกว่า





ดู 27 ครั้ง0 ความคิดเห็น