• phoothit

กินตาม “กรุ๊ปเลือด” ทางเลือกเพื่อสุขภาพชาวสุขเกษียณ


sook-kasean-blood-type
กินตาม “กรุ๊ปเลือด” ทางเลือกเพื่อสุขภาพชาวสุขเกษียณ



บทความที่แล้ว “สุขเกษียณ” ทบทวนควารู้เกี่ยวกับระบบหมู่เลือดเอบีโอ (ABO blood group) เนื่องใน “วันผู้บริจาคโลหิตโลก” (World Blood Donor Day) ประจำวันวันที่ 14 มิถุนายนของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึง ดร.คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landsteiner) แพทย์ชาวออสเตรีย-อเมริกัน ผู้ค้นพบระบบหมู่เลือดเอบีโอ และเพื่อขอบคุณผู้บริจาคเลือดทุกท่าน อ่านบทความดังกล่าวได้ที่ลิงค์ต่อไปนี้ (คลิกเพื่ออ่าน)


คราวนี้ “สุขเกษียณ” ชวนชาวสุขเกษียณทุกท่านหันมาดูแลสุขภาพตามกรุ๊ปเลือดของตน


การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดนั้น เริ่มต้นมาจาก ดร.ปีเตอร์ เจ ดี อดาโม (Peter J. D’Adamo) แพทย์ทางเลือกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับรางวัลแพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยี่ยมจากอเมริกา ปี 1990 โดยใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้กว่า 30 ปี จนได้ข้อสรุปและเขียนเป็นหนังสือชื่อ “Eat Right for your Type”


ดร.ปีเตอร์ อธิบายว่า เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน แต่จะมีแอติเจน (Antigen) เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียว และจับเกาะติดเลือดเรียกว่า "เลกติน" ถ้าการกินอาหารที่มีเลกตินไม่เหมาะสมกับเลือด เลกตินเหล่านั้นจะเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมน จึงเกิดทฤษฎีการกินตามกรุ๊ปเลือดที่เหมาะสมกับร่างกาย


กรุ๊ปเลือด A


คนกรุ๊ปเลือดเอเหมาะกับอาหารมังสวิรัติ เนื่องจากมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ มีความเข้มข้นของเลือดสูง หากกินเนื้อสัตว์มาก จะทำให้เลือดหนืดและไหลเวียนช้า อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น ควรเน้นผักให้มาก


เนื้อสัตว์ควรเลือกเป็นปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาคอด ปลากะพง เพื่อเสริมโปรตีน และหลีกเลี่ยงปลาที่มีเลกตินสูง เช่น ปลาจาละเม็ด ปลาตาเดียว เป็นต้น และโปรตีน ควรได้รับจากถั่วเหลืองหรือน้ำนมถั่วเหลือง ทดแทนจากเนื้อสัตว์


สำหรับผัก เน้นที่หอมหัวใหญ่และบรอกโคลี ที่มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง แครอต ฟักทอง ผักโขม และกระเทียม ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน กินผลไม้ได้แทบทุกชนิด แต่ควรเลี่ยง แตงโม แคนตาลูป มะม่วง มะละกอ กล้วย ส้ม เพราะย่อยยาก


เครื่องดื่มเน้นชาสมุนไพร เพราะจะไปเพิ่มกรดในกระเพาะ สำหรับไวน์แดงดื่มได้เล็กน้อย แต่ควรเลี่ยงเบียร์และน้ำอัดลม ส่วนการออกกำลังกายให้เน้นออกกำลังกายเบา ไม่ออกแรงมากนัก เช่น โยคะ ไทเก็ก เป็นต้น


กรุ๊ปเลือด B


เป็นกรุ๊ปที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่นทางอาหารสูง สามารถกินได้ทั้งเนื้อสัตว์และผักในปริมาณที่พอดี เพราะมีความเข้มข้นของเลือดอยู่ในระดับกำลังดี แต่ปัญหาจะมีปัญหาในเรื่องภูมิคุ้มกันบกพร่องง่าย อ้วนง่าย มีอาการปวดตามข้อเป็นประจำ รวมไปถึงโอกาสเกิดโรคเกี่ยวกับประสาทสูง


อาหารต้องสมดุลให้พอเหมาะทั้งเนื้อสัตว์และผักผลไม้ ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารจำพวก แป้งสาลี แป้งโฮลวีท และถั่วลิสง เพราะไม่ดีต่อระบบเผาผลาญ ทำให้อ้วนได้ง่ายและส่งผลไม่ดีต่อเลือด


ผักที่แนะนำคือ กะหล่ำปลี บรอกโคลี หอมหัวใหญ่ ขิง รวมไปถึงผักใบเขียวทุกชนิด มีแมกนีเซียมสูง สามารถช่วยป้องกันอาการผื่นคันและภูมิแพ้ได้ สำหรับผลไม้ได้แทบทุกชนิด แต่ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ ลูกพลับ ลูกแพร์ และทับทิม


กรุ๊ปเลือด O


จะเป็นกลุ่มกรุ๊ปเลือดที่กระเพาะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ย่อยอาหารจำพวกเนื้อได้ดีกว่ากรุ๊ปอื่น ดูดซึมสารอาหารได้ดี แต่ไม่ควรกินเนื้อมากเกินไป ควรเลือกกินผักให้มากขึ้น หรือกินในอัตราส่วนครึ่งหนึ่งของอาหารแต่ละมื้อควบคู่กัน


นอกจากเนื้อสัตว์แล้ว รวมไปถึงอาหารทะเลที่มีไอโอดีนสูง แต่ต้องระวังไขมันและคอเลสเตอรอล ควรกินนม เนย และไข่ ในปริมาณที่พอเหมาะ และออกกำลังกายเป็นประจำ


งดคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล รวมไปถึงถั่วชนิดต่าง ๆ และควรเสริมอาหารที่มีมีวิตามินเค เช่น ผักโขม บรอกโคลี หลีกเลี่ยงผักตระกูลกะหล่ำ มะกอกดอง มะเขือยาว มันฝรั่ง และเห็ดหอม เพราะจะทำให้เกิดอาการแพ้ มีผลต่อต่อมไทรอยด์และไขข้อ


ส่วนผลไม้ แนะนำเป็นเชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เกรปฟรุต ควรเลี่ยง ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ มะพร้าว แคนตาลูป เพราะมีความเป็นกรดสูง


กรุ๊ปเลือด AB


เป็นกรุ๊ปที่ผสมระหว่างเอและบี จึงกินอาหารที่ใกล้เคียงกับสองกรุ๊ปนี้ได้ แต่จะทานเนื้อสัตว์ได้น้อยกว่าคนกรุ๊ปบี และไม่ต้องทานผักมากเท่ากับคนกรุ๊ปเอ เนื่องจากมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ และควรงดอาหารหมักดองทุกชนิด แนะนำเป็น เต้าหู้หรืออาหารจากถั่วเหลืองเป็นหลัก เนื้อสัตว์ได้เล็กน้อย เช่น ปลาซาร์ดีน หลีกเลี่ยง ปลาเทราต์ ปลาลิ้นหมา และแซลมอน เนื่องจากกรุ๊ปเอบี มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนกว่ากรุ๊ปอื่น จึงควรทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ บรอกโคลี พาร์สลีย์ กระเทียม ขิง ขมิ้น หอมหัวใหญ่ หอมแดง องุ่น เชอร์รี่ สับปะรด เป็นต้น


ทั้งนี้ การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดเป็นเพียงทฤษฎีของแพทย์ทางเลือกเท่านั้น ยังคงเป็นที่ถกเถียงและศึกษากันในวงวิชาการ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่ทฤษฎีการกินดังกล่าว ไม่ส่งผลร้ายต่อร่างกายแต่อย่างใด สำคัญที่การกินอาหารให้ครบตามโภชนาการ 5 หมู่ และสำคัญที่สุด ชาวสุขเกษียณควรกินตามแนะนำของแพทย์โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว ที่แพทย์อาจจะให้เน้นหรืองดอาหารบางอย่าง รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง


ไม่ว่าจะกรุ๊ปเลือดใดก็สามารถมีร่างกายที่แข็งแรงได้ไม่ต่างกัน อยู่ที่การเลือกวิธีดูแลสุขภาพที่เหมาะสมแก่ตนเอง


(ข้อมูลบางส่วนจาก : ธนาคารเลือดเจ้าพระยาอภัยภูเบศร, โรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ)



ดู 21 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด