• phoothit

“สบาย สนุก สง่า สว่าง สงบ” สุข 5 มิติ คำตอบของความสุขในวัยเกษียณ


sook-kasean-atc-02092021-1

ชาวสุขเกษียณนิยามความสุขของตนเองไว้อย่างไร และอะไรบ้างที่ทำให้ชาวสุขเกษียณมีความสุขในทุก ๆ วันของชีวิต

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับคำว่าความสุขในเบื้องต้นแง่มุมหนึ่งกันก่อน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้นิยามความหมาย “สุข” ไว้ว่า

(1) ความสบายกายสบายใจ เช่น ขอให้อยู่ดีมีสุข เกิดมาก็มีสุขบ้างทุกข์บ้าง มักใช้เข้าคู่กับคำเป็น เช่น ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอให้เป็นสุข ๆ นะ

(2) สบายกายสบายใจ เช่น เดี๋ยวนี้เขาอยู่สุขสบายดี

ส่วน พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของ พระธรรมปิฎก ประยุทธ์ ปยุตฺโต นิยาม “สุข” ไว้ว่า สุข (ความสุข) 1.กายิกสุข (สุขทางกาย) 2.เจตสิกสุข (สุขทางใจ) หรือ สุข (ความสุข) 1.สามิสสุข (สุขอิงอามิส สุขอาศัยเหยื่อล่อ สุขจากวัตถุคือกามคุณ) 2.นิรามิสสุข (สุขไม่อิงอามิส สุขไม่ต้องอาศัยเหยื่อล่อ สุขปลอดโปร่งเพราะใจสงบ หรือได้รู้แจ้งตามเป็นจริง)

นอกจากนี้ สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ได้ให้ความหมาย “ความสุข” ไว้ว่า สภาพชีวิตที่เป็นสุข อันเป็นผลมาจากความสามารถในการจัดการปัญหาในการดำเนินชีวิต มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบคลุมถึงความดีงามจิตใจ ภายใต้สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

ความสุข 5 มิติ

กรมสุขภาพจิต มีนโยบายให้มีการประเมินความสุขและกิจกรรมสร้างสุข ที่น่าสนใจ เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สร้างความสุขให้ผู้สูงอายุหรือชาวสุขเกษียณได้ เรียกว่า การสร้างสุข 5 มิติ โดยใช้แนวคิดพื้นฐานจากการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม (ร่างกาย จิตสังคม และจิตวิญญาณ) ได้แก่

1. สุขสบาย (health) เป็นมิติที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้มีสมรรถนะที่แข็งแรงและคล่องแคล่วตามสภาพ สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางกายภาพได้ตามสภาพที่เป็นอยู่ มีภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยที่จำเป็นอย่างพอเพียง

การสร้างสุขสบาย ควรเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยความคล่องแคล่วว่องไว ไม่เกิดอุบัติเหตุง่ายในการทำกิจวัตรประจำวัน ส่งเสริมความสามารถในการทรงตัว และป้องกันการล้ม เช่น การออกกำกายที่เหมาะสม ฝึกการหายใจ หรือ ทำสวน พาสุนัขเดินเล่น เป็นต้น

2. สุขสนุก (recreation) เป็นมิติที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของผู้สูงอายุในการเลือกวิถีชีวิตที่รื่นรมย์ สนุกสนาน ด้วยการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์ที่เป็นสุข และสร้างความสดชื่นแจ่มใส

การสร้างสุขสนุก ควรเน้นกิจกรรมที่สร้างความสดชื่น แจ่มใส ส่งเสริมความกระปรี้กระเปร่า ช่วยลดความเครียด และลดความซึมเศร้า เช่น การท่องเที่ยว ร้องเพลง เล่นดนตรี เกมต่าง ๆ งานศิลปะ งานอดิเรกที่ชอบ เป็นต้น


3. สุขสง่า (integrity) เป็นมิติที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจในชีวิต ความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง การเห็นคุณค่าและยอมรับนับถือในตนเอง มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อื่นในสังคม

การสร้างสุขสง่า ควรเน้นที่กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเอง เช่น การช่วยเหลือตนเองในเรื่องที่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ลดการพึ่งพาผู้อื่น การทำงานบ้านที่สามารถทำได้เอง เป็นผู้ฟังที่ดี ติดตามข้อมูลข่าวสาร เป็นจิตอาสาให้สังคม เป็นที่ปรึกษาของคนในครอบครัว เป็นต้น

4. สุขสว่าง (cognition) เป็นมิติที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของผู้สูงอายุด้านความจำ ความเข้าใจการคิดแบบนามธรรม การสื่อสาร การคิดอย่างมีเหตุผล และการว่างแผนแก้ไขปัญหา

การสร้างสุขสว่าง ควรเน้นที่กิจกรรมที่ชะลอความเสื่อมของสมองในด้านต่าง ๆ เช่น การเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นชิน การพบปะสังคมวัยเดียวกันหรือวัยอื่น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน หรือพบปะกลุ่มที่มีความชอบในเรื่องเดียวกัน เช่น กลุ่มคนนิยมพระเครื่อง กลุ่มคนรักต้นไม้ ซึ่งสามารถพบปะทางสังคมออนไลน์ได้ การฝึกความจำด้วยเกมต่าง ๆ การคิดไตร่ตรองสิ่งต่าง ๆ กับตนเอง เป็นต้น

5. สุขสงบ (peacefulness) เป็นมิติที่เกี่ยวข้องกับความสามารุของผู้สูงอายุในการรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของตนเอง รู้จักควบคุมจัดการกับสภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นในทางลบได้อย่างเหมาะสม สามารถผ่อนคลาย และปรับตัว ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามความเป็นจริง

การสร้างสุขสงบ ควรเน้นที่กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการปรับความคิด และบริหารจิตใจให้เกิดสติ เช่น การฝึกลมหายใจ สมาธิ หมั่นคิดในแง่บวก เจริญสติ ควบคุมจิตใจ รู้เท่าทันความรู้สึกนึกคิดของตนเอง เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นนิยามความสุขและวิธีการสร้างความสุขที่สุขเกษียณนำมาเสนอให้กับชาวสุขเกษียณได้ลองนำไปปฏิบัติอย่างง่าย ๆ และหวังว่าความสุข 5 มิติ เหล่านี้จะเป็นคำตอบในความสุขของใครหลาย ๆ คน

(ข้อมูลบางส่วนจาก : พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของ พระธรรมปิฎก ประยุทธ์ ปยุตฺโต และ บทความวิชาการ “ความสุขของผู้สูงอายุไทยในยุค Thailand 4.0” ของ จิตติยา สมบัติบูรณ์ วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี”)