• phoothit

“เจ้าชายน้อย” รอยฝันวันวานเมื่อเยาว์วัย

เรื่องโดย : ประกฤติ โคตพงษ์


sook-kasean-atc-02082021-1

"พวกเด็ก ๆ เท่านั้นที่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร เขาเสียเวลาให้กับการค้นหาตุ๊กตาผ้า และตุ๊กตานั้นมีความสำคัญมากและถ้าใครมาเอามันไปจากเขา เขาก็จะร้องไห้...."

เราทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลาของวัยเด็กกันมาทั้งนั้น เป็นวัยของการเรียนรู้และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นของเล่นโดยที่ไม่ต้องนำเรื่องใด ๆ เข้ามาขบคิดมากมายเหมือนกับผู้ใหญ่


บทความนี้ ผู้เขียนจะนำพาชาวสุขเกษียณย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ผ่านหนังสือ “เจ้าชายน้อย” ที่สะท้อนมุมมองของเด็ก และแอบแฝงไปด้วยนัยยะของความสัมพันธ์และคุณค่าของเวลา ซึ่งบางครั้งการคิดแบบผู้ไร้เดียงสาอาจทำให้พบความสุขที่เคยทำหล่นหายไประหว่างทางการเติบโตเป็นผู้ใหญ่


“เจ้าชายน้อย” เป็นบันทึกเรื่องราวของ “อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี” (Antoine de Saint-Exupery) ผู้เขียนหนังสือเรื่องนี้ ขณะเป็นนักบินของของกองทัพสหรัฐอเมริกา กับเด็กชายตัวน้อยผู้มาจากดาวเคราะห์น้อย บี 612 เหตุบังเอิญที่ทำให้ทั้งสองได้พบกัน เมื่อเครื่องบินของนักบินไปตกที่นั่น ทำให้เจอเจ้าชายน้อยที่หนีดอกกุหลาบแสนเย่อหยิ่งของเขา เพื่อไปท่องดาวดวงอื่น ๆ และจับพลัดจับผลูไปโผล่ในทะเลทรายซาฮารา ขณะเดินทางมาเยือนโลกเป็นดาวเคราะห์ดวงสุดท้ายก่อนกลับดาวเคราะห์น้อยของเขา


ก่อนหน้านี้เจ้าชายน้อยได้ท่องเที่ยวไปตามดวงดาวต่าง ๆ ถึง 6 ดวง และพบผู้ใหญ่ 6 ประเภท ที่แตกต่างกันออกไป แต่ทว่าการได้พบเข้ากับนักบินครั้งนี้ทำให้ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกัน นักบินรับรู้เรื่องราวการเดินทางของเจ้าชายน้อยผ่านการสนทนากันในห้วงระยะเวลา 8 วันก่อนจากลา


เวลาผ่านไป 6 ปี อ็องตวน ตัดสินใจรวบรวมเรื่องราวของเจ้าชายน้อยมาเขียนลงบันทึกเพื่อจะได้ไม่ลืมเพื่อนคนสำคัญคน โดยตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1943 และในอีก 2 ปี จะครบรอบ 80 ปี และได้รับการแปล กว่า 300 ภาษา จัดอยู่ในโหมดวรรณกรรมเยาวชน อีกทั้งเป็นหนังสือที่ขายดีติดอันดับโลก


เขาเคยชื่นชอบงานศิลปะเมื่อเขาอายุได้ 6 ขวบ แต่ผู้ใหญ่กลับแนะนำให้เขาเลิกยุ่งกับการวาดภาพ โดยให้หันมาสนใจวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ และไวยากรณ์แทน


จนกระทั่งเขาได้ขับเครื่องบินไปตกในทะเลทรายซาฮารา ทำให้ได้พบกับเจ้าชายน้อย ซึ่งได้ขอให้เขาวาดรูปแกะให้ นักบินได้วาดรูปแกะกลายต่อหลายครั้งเจ้าเด็กน้อยก็ไม่พอใจกับภาพวาดพวกนั้น ทำให้เขาหมดความอดทน ประกอบกับต้องรีบซ่อมเครื่องบิน เขาจึงเปลี่ยนมาวาดกล่องสีเหลี่ยมเจาะรู 3 รู แล้วยื่นให้กับเด็กน้อย พร้อมกับพูดว่า “นี่คือกรง แกะที่เธอต้องการ อยู่ในกรงนี้” แต่กลับสร้างความประหลาดใจให้กับเขาเมื่อเจ้าชายน้อยกลับถูกใจกับกล่องใบนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมิตรสัมพันธ์


ก่อนหน้าที่เจ้าชายน้อยจะเดินทางมาบังเอิญเจอนักบิน เขาได้พบ “พ่อค้าขายยาเม็ดสำเร็จสำหรับแก้กระหายน้ำ” ระหว่างทางมาก่อน จ้าชายน้อยถามพ่อค้าด้วยความสงสัยว่า “ทำไมต้องขายยาตัวนี้ด้วย”


พ่อค้าตอบว่า “ยานี้ต้องกินอาทิตย์ละครั้ง และจะไม่อยากน้ำเป็นเวลาห้าสิบสามนาทีหรือประมาณสองวัน”


“แล้วเขาใช้เวลาห้าสิบสามนาทีทำอะไรกัน”


และก็ได้คำตอบว่า “เขาก็ทำสิ่งที่อยากทำ"


ถ้าหากตัวฉันมีเวลาห้าสิบสามนาทีนั้น ฉันจะค่อย ๆ เดินไปสู่ธารน้ำ... เจ้าชายน้อยรำพึงกับตัวเอง


คำตัดสินของผู้ใหญ่ทำให้นักบินละทิ้งความชื่นชอบงานศิลปะของตนไปตั้งแต่วัย 6 ขวบ จนกระทั่งได้มาพบกับเจ้าชายน้อยที่อ้อนวอนให้เขาวาดรูปแกะให้ ทำให้ทั้งสองเกิดความผูกพันกัน ผ่านงานศิลปะเล็ก ๆที่ผู้ใหญ่ยากเกินกว่าจะเข้าใจ ผู้ใหญ่หลายคนยึดเหตุผลเป็นที่ตั้งเกินไป จนลืมเข้าใจศิลปะอันเรียบง่ายลึกซึ้งของเด็ก


เชื่อว่าหลายคนที่ทุ่มเทให้กับงาน จนอาจหลงลืมทำในสิ่งที่ฝันหรือสิ่งที่ชอบ เหลือเพียงร่องรอยในความทรงจำ ลองย้อนกลับไปในวันวานระหว่างทางการเติบโต จวบจนวันนี้ ได้ทำอะไรหล่นหายไประหว่างทางบ้างไหม วัยเด็กที่เคยฝัน ยังจำได้หรือไม่ ถึงวันนี้ยังชอบเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า


จะดีไม่น้อยหากลองเปลี่ยนมุมมองกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ตามร่องรอยความฝันที่อาจเลือนราง ใช้เวลาหลังวัยเกษียณไปกับสิ่งที่ชอบอย่างไม่ต้องเร่งรีบเหมือนอย่างที่ผ่านมา อาจได้พบกับตัวเราในวัยเด็กอีกครั้ง เขาอาจอ้อนวอนหรือชวนให้เราทำบางอย่างที่ชอบอีกครั้ง อาจเป็นเรื่องง่าย ๆ เช่น วาดภาพ อย่างที่เจ้าชายน้อยขอร้องให้นักบินทำ


หากชาวสุขเกษียณได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะพบกับปริศนาบางอย่างที่ อ็องตวน ได้ซ่อนเอาไว้ โดยการไขปริศนาขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของช่วงวัยที่แตกต่างกัน เรื่องราวจะชวนให้เรารำลึกถึงสิ่งที่ขาดหาย ความคิด ความฝัน ในวัยเยาว์ และจะทำให้ท่านสนุกกับการเป็นเด็กอีกครั้ง


(นอกจากนี้ “เจ้าชายน้อย” (ฝรั่งเศส : Le Petit Prince อังกฤษ : The Little Prince) ยังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชัน ในปี ค.ศ. 2015 เขียนบทโดย ไอรีนา บริกนัลล์ และบ็อบ เพอร์ซีเชตตี กำกับโดย มาร์ก ออสบอร์น)


ภาพจาก : telegraph.co.uk