• phoothit

"เบี้ยผู้สูงอายุ" รมว.พม. ยันจ่ายเหมือนเดิม พร้อมรับฟังเสียง ปชช.


sks-news-24092021-1

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ครั้งที่ 3/2564 เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องแนวทางการกำหนดนโยบาย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยได้วมอบให้อนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้รับการแต่งตั้งไปดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และรายงานกลับภายใน 30 วัน โดยได้รับข้อเสนอจากการตีควาทางกฎหมายจากสำนักงานกฤษฎีกา


โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้ศึกษาเรื่องดังกล่าว รวมทั้งเช้าวันที่ 23 ก.ย. 2564 ระหว่างการประชุม มีเครือข่ายสลัม 4 ภาค มายื่นข้อเสนอของภาคประชาชนต่อนโยบายการจ่าย เบี้ยผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ตนได้อ่านข้อเสนอทั้ง 4 ข้อ ให้ที่ประชุมได้รับฟัง พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือกันว่า การเปลี่ยงแปลงวิธีการหรือระบบจำเป็นต้องทำด้วยความรอบครอบ ไม่ได้มองมิติกฎหมายเท่านั้น มองในมิติเศรษฐกิจ สังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และฐานะการคลังของประเทศ ซึ่งสิ่งสำคัฐที่สุดคือการยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก


ทั้งนี้ ตัวแทนภาคประชาชนที่ยื่นข้อเสนอนั้น ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ขอเวลาให้ภาคประชาชนได้นำเสนอข้อมูล จะนำมาเสนอภายในวันที่ 30 ก.ย. 2564


"รัฐบาลชุดนี้ รับฟังความเห็นของภาคประชาชนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้ (วันที่ 22 ก.ย. 2564) ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อสั่งการกับทุกกระทรวงในคณะรัฐมนตรี ขอให้ระบบราชการได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก และเน้นย้ำว่า อย่าให้มีช่องว่าระหว่างข้อราชการกับประชาชน แต่ขอให้เน้นประชาชนได้เห็นว่า เดิมเราทำงานร่วมกับภาคประชาชน เราไม่เคยมีช่องว่าง ดังนั้น หากมีอะไรที่ต้องนำเสนอ เราพร้อมที่จะรับฟัง แต่บ้านเมืองอยู่ด้วยกฎหมาย กฎระเบียบ เราต้องฟังเสียงข้างน้อย แต่ก็ต้องเคารพสิทธิเสียงข้างมากด้วยเช่นกัน


ในส่วนข้อเสนอที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอเข้ามาในที่ประชุม เป็นแนวทางที่ตีความทางกฎหมาย ทั้งนี้ อยากให้เข้าใจว่า ปัจจุบัน ระบบสวัสดิการ ปี 2564 ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับนั้น มากกว่าระบบสวัสดิการของปีที่ผ่านๆ มาอย่างมาก เราต้องนำเข้ามาพิจารณาด้วย โดยในวันนี้ เราจะนำเอาความเห็นใหม่ในที่ประชุมมารวมกับความเห็นของภาคประชาชนเข้าไปประกอบกัน


ก่อนหน้า ที่มีการยึดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำเป็นองค์ประกอบของความเห็น เป็นข้อเสนอในที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งในที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาแล้วว่า ยังไม่มีความเห็นที่ครอบคลุมพอ ซึ่งทางอนุกรรมการฯ ต้องนำความเห็นต่างๆ มารวมกัน มาดูว่ามิติกฎหมายมีผลกระทบอย่างไร ผนวกกับว่าเราได้ให้ความสำคัญกับภาคประชาชนที่เสนอความเห็นมาเพิ่มเติม


ด้านอนุกรรมการฯ ได้เสนอเข้ามา 3 แนวทาง ตามที่เป็นข่าว เรื่องเส้นแบ่งความยากจน เรื่องของรายได้ และเรื่องของภาษี ซึ่งมีผลกระทบต่างกัน มีผลดี ผลเสียต่างกัน เราต้องยึดความถูกต้องไว้ก่อน ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย. 2564 นี้ ทางภาคประชาชนจะมายื่นข้อเสนออีกรอบ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบ และตนจะเอาเอกสารเหล่านั้น ส่งไปยังอนุกรรมการฯ ทุกคนไปศึกษา ซึ่งกรอบเวลาศึกษาเร็วที่สุด และต้องทำด้วยความรอบครอบ นายจุติ ไกรฤกษ์ กล่าว



ดู 8 ครั้ง0 ความคิดเห็น