• phoothit

"เกิดน้อย-แก่เต็มเมือง" วิกฤติประชากรไทย ผลกระทบเศรษฐกิจที่ไม่อาจเลี่ยง

เรื่องโดย : เจตปรียา เครือสุคนธ์


sks-atc-31012022-3

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรสูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15.7% ของประชากรไทยที่ 70 ล้านคนโดยประมาณ ถือได้ว่า ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยขณะนี้ คนไทยมีอายุเฉลี่ยที่ 75 ปี และอายุคนไทยเฉลี่ยจะมีแนวโน้มยืนยาวถึง 85 ปี ในปี 2568

จากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ได้จัดทำสำมะโนประชากร เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลประชากรไทยทุกคน สถิติในปี 2563 แสดงให้เห็นโครงสร้างทางประชากรของประเทศไทย เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก กล่าวคือ ประเทศไทยจากเดิมที่เคยมีกลุ่มประชากรวัยทำงานจำนวนมากกลับมีจำนวนลดลง ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากเทียบอัตราการเกิดของคนไทยในตลอดระยะเวลา 18 ปี เริ่มจากข้อมูล พ.ศ. 2536 มีคนไทยเกิดใหม่ประมาณ 1 ล้านคน ก่อนที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปีล่าสุด 2564 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 544,570 คน นับว่าต่ำที่สุดในข้อมูลสำมโนประชากร

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ปี 2564 ประชากรไทยมีทั้งสิ้น 66,171,439 คน แบ่งเป็น ชาย 32,339,118 คน หญิง 33,832,321 คน ขณะที่อัตราการตายพบว่า ในปี 2564 มีการตาย 563,650 ซึ่งสรุปได้ว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรที่ตาย มากกว่าจำนวนประชากรที่เกิด

จากเดิมที่เคยมีกลุ่มประชากรวัยทำงานจำนวนมาก กลับมีจำนวนลดลง ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งในส่วนของอัตราการเกิดของประชากรไทยมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ หากสัดส่วนของประชากรยังมีแนวโน้มเช่นนี้ต่อไป จะทำให้จำนวนประชากรวัยทำงานลดลง ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งทำให้จำนวนประชากรของประเทศลดน้อยลงไป การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะช้าลงเช่นเดียวกับการพัฒนาประเทศ

สมดุลที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ หมายถึงการรับผิดของรัฐที่ต้องรับมือกับภาระต่าง ๆ ในสังคมที่มากขึ้น ซึ่งปัญหาของประชากรน้อยลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือเรื่องของเศรษฐกิจ กล่าวคือ ประชากรน้อยลง หมายถึง จำนวนผู้บริโภคน้อยลง ผู้บริโภคน้อยลงนั้น หมายถึงรายได้ของบริษัทน้อยลง เมื่อรายได้ของทุกบริษัทน้อยลง ก็จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย พอเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตลาดหุ้นตกลง การลงทุนจากนักลงทุนก็ลดน้อยลงไปด้วย และอีกสิ่งที่ตามมาก็คือ เกิดการจ้างงานที่ต่ำลง และ มีคนตกงานมากขึ้น ซึ่งวิกฤติในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ประสบกับวิกฤตินี้เช่นกัน นั่นอาจหมายถึง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าประชากรโลกจะมีจำนวนลดลงเช่นกัน

ความเปลี่ยนแปลงทางค่านิยมและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้สมดุลประชากรไทยนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม ตั้งแต่การแต่งงานช้า จำประชากรที่ต้องการครองตัวเป็นโสดมีมากขึ้น ความเครียดจากการทำงาน ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายต่อบุตรที่สูงขึ้นมาก และที่สำคัญก็คือภาวะฝืดเคืองอย่างมากในทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโควิด

และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงอายุขั้นสุด ซึ่งอาจต้องเผชิญกับปัญหาที่ส่งผลกระทบรุนแรงเช่นเดียวกับญี่ปุ่น คือ การที่ประชากรในประเทศมีอายุสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ประชากรวัยทำงานต้องเสียภาษีมากขึ้น เพื่อดูแลประชากรผู้สูงอายุ ทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นถดถอยที่ยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ

การปรับเปลี่ยน หรือแก้ไขปัญหาโดยรวมนี้ อาจไม่สามารถที่จะแก้ไขให้ได้ผลอย่างรวดเร็วพร้อมกันได้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข เพราะปัจจุบันนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับอีกหลายปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างสังคม จึงจำเป็นที่จะต้องหาทางปรับเปลี่ยน หรือแก้ไขไปทีละขั้น ซึ่งอาจใช้ระยะเวลานานพอสมควร โดยเฉพาะรัฐจำเป็นต้องหามาตรการมาแก้ไขและรองรับกับปัญหา รวมถึงประชากรจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหานี้ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาที่ต่อเนื่องระยะยาวไปจนถึงอนาคตของประเทศ

อ้างอิง : สำนักงานสถิติแห่งชาติ, www.thethaiger.com, www.bangkokbiznews.com



ดู 19 ครั้ง0 ความคิดเห็น