• phoothit

“ขาด จน แก่” ส่องชีวิตสูงวัยสามจังหวัดชายแดนใต้ เงินไม่พอใช้ซ้ำเติมด้วยสิทธิที่เข้าไม่ถึง

เรื่อง : อรพินท์ จันทะแสง


sks-atc-31012022-1

สถานการณ์เปราะบางที่เกิดขึ้นอย่างยาวนานในสามจังหวัดใช้แดนภาคใต้ ทำให้ความสมดุลในการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่เสียไป ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพทุกมิติ ทั้งด้านร่างกายจิตใจ สังคม และจิตวิญญาณรวมไปถึงด้านเศรษฐกิจ และด้านสุขอนามัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาความยากจน คุณภาพชีวิตแตกต่างจากประชาชนภูมิภาคอื่นของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ขณะนี้กำลังประสบปัญหารายได้ไม่พอใช้จ่าย

ข้อมูลจากงานวิจัยการศึกษาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดใช้แดนภาคใต้ ได้สำรวจผู้สูงอายุในสามจังหวัดใช้แดนภาคใต้ จำนวน 100 คน พบว่า ผู้สูงอายุมีรายได้ประมาณ 2,275 บาทต่อเดือน รายได้ต่ำสุด 600 บาทต่อเดือน และรายได้สูงสุด 20,000 บาทต่อเดือน

ส่วนใหญ่รายได้ไม่พอใช้จ่าย 47% และในจำนวนนี้ไม่พอใช้จ่ายแต่ไม่มีหนี้สิน 31% ขณะที่อีก 17% เป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่พอใช้จ่ายและยังมีหนี้สินด้วย ทำให้ผู้สูงอายุบางส่วนต้องการให้เพิ่มเงินสวัสดิการผู้สูงอายุมากกว่าที่ได้รับ เนื่องจากไม่พอใช้จ่าย

จากข้อมูลการสำรวจดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะเกือบ 50% ที่ผู้สูงอายุมีรายได้ไม่พอใช้จ่าย ซึ่งหากมองในภาพรวมที่มีผู้สูงอายุในสามจังหวัดชายแดนใต้ทั้งหมด

โดยข้อมูลจากสถิติผู้สูงอายุของประเทศไทย ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2561 พบว่า มีผู้สูงอายุในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จากประชากรทั้งหมด 2,052,877 คน จำนวน 234,041 คน แบ่งเป็น นราธิวาส 87,987 คน ปัตตานี 84,390 คน และยะลา 61,664 คน ซึ่งหากตั้งสมมติฐานคร่าว ๆ จะมีผู้สูงอายุเกือบ 1 แสนคนที่มีรายได้ไม่พอใช้จ่าย

ทั้งนี้ หากพิจารณาสวัสดิการในการดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบันที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนนั้น มีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่จัดสรรให้ผู้สูงอายุทุกคนแบบขั้นบันได คือ อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาทต่อเดือน อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาทต่อเดือน. อายุ 80-89 ปี ได้รับ 800 บาทต่อเดือน และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือน

โดยหากเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน แน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตแน่นอน นอกจากนี้ ด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุ ไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ชัดเจน รวมทั้งในด้านการส่งเสริมให้มีการจ้างงานที่ยืดหยุ่นและการมีรายได้ ในการทำงานของผู้สูงอายุทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุมีอยู่ในภาวะยากจนด้วย

นอกจากนี้ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) ยังได้รายงานปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า มีปัญหาหลัก 4 ประการ ได้แก่ 1.การลดคุณค่าและบทบาทผู้สูงอายุในครอบครัว ซึ่งมีสาเหตุจากการลดลงของการเคารพนับถือสมาชิกอาวุโสในครอบครัว 2.การถูกทอดทิ้งและความโดดเดี่ยว ซึ่งมีสาเหตุจากการไปทำงานต่างถิ่นของบุตร หรือการสูญเสียบุตรหลานในเหตุการณ์ความไม่สงบ 3. ความยากลำบากในการเข้าถึงบริการ และสิทธิ โดยมีสาเหตุจากหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในการดำเนินงานมีข้อจำกัดในการให้บริการไม่เพียงพอ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิทธิผู้สูงอายุ ซึ่งบางพื้นที่ยังไม่สามารถปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิได้ และ 4. ปัญหาองค์กร หรือชมรมผู้สูงอายุมีจำนวนน้อยและขาดความเข้มแข็ง

สอดคล้องกับวารสารร่มพฤกษ์ นราธิวาส มหาวิทยาลัยเกริก ได้เผยแพร่วิจัยปัญหาสู่นโยบาย : ศึกษากรณีผู้สูงอายุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ผู้สูงอายุมีปัญหาการเข้าถึงบริการและสิทธิ ซึ่งมีสาเหตุจากหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบการดำเนินงานไม่จัดบริการให้เพียงพอกับขนาดความต้องการ การไม่ตระหนักถึงสิทธิผู้สูงอายุ ไม่จัดบริการแก่ผู้สูงอายุตามสิทธิที่ควรได้ ขาดการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิทธิของผู้สูงอายุอย่างทั่งถึง และขาดการปฏิบัติงานในเชิงรุกเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิ โดยในประเด็นนี้ผู้สูงอาอยุต้องการให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ผู้สูงอายุอย่างจริงจัง ประชาสัมพันธ์สิทธิผู้สูงอายุให้ทั่วถึง และเน้นการจัดโครงการในเชิงรุกเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้น

อีกทั้ง ยังได้เสนอแนะว่า ชุมชนและรัฐจะต้องมีการประสานร่วมมือกันในการคุ้มครองและดูแลผู้สูงอายุเพื่อไม่ให้ถูกทอดทิ้งและสามารถเข้าถึงสิทธิที่รัฐจัดใช้อย่างมีความสะดวก โดยรัฐต้องมีนโยบายเพื่อวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1. การลดจำนวนผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง 2.การเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและการดูแลผู้สูงอายุ และ 3. สร้างความรับรู้และตระหนักในสิทธิของผู้สูงอายุ

ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอแนะของคนสูงวัยในสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ยังต้องการให้รัฐเข้าไปดูแลและเยียวยา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะความมั่นคงทางรายได้เท่านั้น ยังรวมถึงการให้ต่าง ๆ ตามสิทธิที่ผู้สูงอายุควรจะได้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับคุณภาพชีวิต ลดปัญหาความยากจน แม้ผู้สูงอายุสามจังหวัดชายแดนใต้จะต้องอยู่กับสถานการณ์ที่ไม่ปกติจนชินชามาหลายทศวรรษแล้ว แต่สิทธิและสวัสดิการพื้นฐานที่พวกเขาควรจะได้รับไม่แตกต่างจากผู้สูงอายุในภูมิภาคอื่น ๆ


ข้อมูลอ้างอิง :

วารสารร่มพฤกษ์ นราธิวาส มหาวิทยาลัยเกริก ได้เผยแพร่วิจัยปัญหาสู่นโยบาย : ศึกษากรณีผู้สูงอายุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดทำโดย พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) รายงานบทความ เรื่อง เปิด 4 ปัญหหาพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

งานวิจัยการศึกษาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดใช้แดนภาคใต้ รองศาสตราจารย์ไข่มุก และคณะผู้วิจัยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์






ดู 5 ครั้ง0 ความคิดเห็น