• phoothit

“ทำงานจนแก่” ญี่ปุ่นขยายเวลาเกษียณ สะท้อนสังคมสูงวัยขั้นสุด

เรื่องโดย : เจตปรียา เครือสุคนธ์


sks-atc-30122021-1

ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ 2537 (คือ มีประชากรสูงอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป เกิน 20% ของประชากรทั้งประเทศ) และมีแนวโน้มจะมีประชากรผู้สูงอายุมากถึง 39% ของประชากรทั้งประเทศ ในปี 2593 ด้วยสาเหตุที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว เพราะมีอัตราเด็กเกิดใหม่ที่ต่ำติดต่อกันเป็นเวลานาน และเมื่อปี 2017 เป็นปีที่ประเทศญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดของเด็กทารกต่ำที่สุด คือ ประมาณ 941,000 คน ขณะที่อัตรการเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 1.34 ล้านคน และยังถือเป็นอีกปี ที่ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุ ที่มีอายุเกินร้อยปีมากที่สุดซึ่งทำลายสถิติในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

จำนวนผู้สูงอายุที่มีจำนวนมาก ทำให้แรงงานผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นมีมากด้วยเช่นกัน และแรงงานสูงอายุยังคงมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุก ๆ ปี สะท้อนปัญหาสังคมของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะพบได้ว่า ตลาดแรงงานของญี่ปุ่นนั้นมีแรงงานสูงอายุเป็นสถิติที่สูงกว่าหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จากข้อมูลดังต่อไปนี้

จำนวนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ในญี่ปุ่นพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยปี 2021 เพิ่มขึ้น 220,000 คน รวมเป็น 36.4 ล้านคน แบ่งเป็น ชาย 15.83 ล้านคน ผู้หญิง 20.57 ล้านคน ขณะที่ประเทศที่มีอัตราส่วนผู้สูงอายุเป็นอันดับ 2 คือ อิตาลี คิดเป็น 23.6% ตามด้วยโปรตุเกส 23.1% ของประชากรทั้งประเทศ

ผู้สูงวัยของญี่ปุ่นคิดเป็น 29.1% ของประชากรทั้งหมด มีแรงงานผู้สูงอายุในปี 2020 เป็น 13.6% ของผู้สูงอายุทั้งหมด ซึ่งทั้งสองตัวเลขนั้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสถาบันวิจัยประชากรและประกันสังคมแห่งชาติคาดการณ์ว่า ผู้สูงอายุของญี่ปุ่นจะมีสัดส่วนเป็น 30% ของประชากรในปี 2025 และ 35.3% ในปี 2040

จำนวนผู้สูงอายุที่มีงานทำเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 17 ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2547 จากจำนวนผู้สูงอายุที่มีงานทำ 9.06 ล้านคน มี 3.67 ล้านคน เป็นผู้หญิง โดยอุตสาหกรรมที่เป็นนายจ้างรายใหญ่ที่สุดของผู้สูงอายุ คือ อุตสาหกรรมค้าส่งและค้าปลีก โดยมีผู้สูงอายุ 1.28 ล้านคน รองลงมาคือเกษตรกรรมและป่าไม้ 1.06 ล้านคน แต่ผู้สูงอายุเหล่านี้ กว่า 70% ได้รับการจ้างงานแบบชั่วคราว และมีรายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

อัตราส่วนของผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ที่มีงานทำสูงถึง 25.1% ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในกลุ่มเศรษฐกิจหลัก โดยอัตราส่วนในเกาหลีใต้สูงที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักที่ 34.1% ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดาอยู่ที่ 18% และ 12.8% ตามลำดับ

การที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมสูงวัยเต็มขั้น ทำให้ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โครงสร้างงบประมาณประกันสังคม อีกทั้งยังขาดเเคลนเเรงงาน ถึงแม้ในตลาดแรงงานจะมีแรงงานสูงอายุที่เติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 17 ปี แต่เนื่องด้วยในประเทศยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในวัยหนุ่มสาว จึงทำให้ญี่ปุ่นยังคงต้องพึ่งพาแรงงานสูงวัยเป็นอย่างมาก

รัฐบาลญี่ปุ่นได้พยายามแก้ปัญหา โดยผลักดันกฎหมายให้ภาคเอกชนขยายระยะเวลาทำงานหรือ “ขยายเวลาเกษียณอายุ” ให้กับลูกจ้างไปจนถึงอายุ 70 ปี จากเดิมที่บริษัทญี่ปุ่นมีภาระผูกพันที่จะต้องให้พนักงานทำงานจนถึงอายุ 65 ปี ร่างกฎหมายดังกล่าวจะยังไม่ได้บังคับให้ทุกบริษัทต้องรักษาสภาพพนักงานไปจนถึงอายุ 70 ปี เเต่ให้เป็นตัวเลือกมาลองใช้ 5 เเบบ ได้เเก่ การขยายเวลาเกษียณอายุ การปลดลูกจ้างต่อเมื่อไม่สามารถทำงานได้ การอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานเกินอายุที่กำหนด การให้บริษัทจ้างงานลูกจ้างที่เกษียณอายุแล้วในรูปแบบ “ฟรีแลนซ์” เเละให้จ้างงานลูกจ้างให้ทำงานเป็นการกุศลของบริษัท

ความเปลี่ยนแปลงนี้ อาจช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานของญี่ปุ่นได้ดีระดับหนึ่ง และเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจสำหรับคนญี่ปุ่นที่ใกล้จะเกษียณอายุงาน ที่ยังคงต้องการทำงานต่อ แต่กลับเพิ่มความกังวลให้กับคนรุ่นใหม่ที่ในห้วงเวลาการทำงานที่ยาวนานที่จะขยายออกไปอีก 5 ปี

จากสถานการณ์ของญี่ปุ่นสามารถสะท้อนปัญหา เมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขั้นสมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี หลาย ๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาในการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในสังคมผู้สูงอายุขั้นสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่กำลังจะมาถึง

ข้อมูลบางส่วนจาก : www.npr.org, www.positioningmag.com , www.themomentum.com