• phoothit

A Silent Voice: จงรับฟังด้วยหัวใจ พร้อมอภัยให้ตนเอง

เขียนโดย : สุดารัตน์ อรรถประจง


sks-atc-28102021-1

การใช้ชีวิตโดยปราศจากการกระทำผิดต่อใครสักคนนั้น อาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการทำผิดต่อตนเองหรือคนอื่น อาจมาจากความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม จะผ่านมานานแค่ไหนก็ไม่อาจปล่อยวางความรู้สึกผิดได้


“A Silent Voice รักไร้เสียง” ภาพยนตร์อนิเมชันญี่ปุ่น ฝีมือการเขียนบทและวาดภาพประกอบของ โยชิโทกิ โออิมะ ที่ให้เห็นถึงความหลากหลายของคน ผ่านการแสดงออกของตัวละครในเรื่อง ว่าด้วยเรื่องราวในวันเปิดเรียนของชั้นประถมปลาย “นิชิมิยะ โชโกะ” ได้ย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนเดียวกับ “อิชิดะ โชยะ” ซึ่ง โชโกะ มีความบกพร่องทางการได้ยิน


ผ่านไปไม่นานเพื่อนในชั้นเริ่มมองว่า การไม่ได้ยินเสียงของเธอนั้นเป็นภาระ จึงเริ่มตีตัวออกห่าง และเริ่มมีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้น โดยมี โชยะ เป็นคนเริ่ม โดยที่เพื่อนในห้องต่างร่วมขำขันและไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด จนเกิดปัญหาใหญ่ตามมา เมื่อแม่ของ โชโกะ พบว่า เครื่องช่วยฟังของลูกสาวเธอหายไป 8 เครื่อง ในเวลาเพียงเดือนเดียว


โชยะ ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ร้ายของเรื่อง เขาพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมโดยอ้างว่า เพื่อนคนอื่นต่างร่วมกระทำด้วยกันทั้งนั้น แต่กลายเป็นว่า โชยะ ถูกมองว่าเป็นคนผิดที่ไม่ยอมรับผิด หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของอิชิดะและเพื่อนร่วมชั้น ได้ขาดจากกันโดยสมบูรณ์ พร้อมกับที่ โชโกะ ย้ายโรงเรียนออกไป


(ภาพจาก : hindianimedubberzz.blogspot.com)

“บาปกรรมที่ผมทำเอาไว้ สนองผมแล้วล่ะ ผมต้องแบกรับผลกรรมนี้ให้ได้ ยอมรับบทลงโทษด้วยตัวคนเดียว”

คำพูดของ โชยะ ที่ยอมจำนนต่อการถูกล่าวหา ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นได้ส่งผลต่อชีวิตของเขา จนกลายเป็นคนที่ปิดหูปิดตาตัวเอง รวมถึงปิดตายหัวใจไม่ให้รับรู้สิ่งรอบข้างอีก และใช้ชีวิตปราศจากเพื่อนมาตลอดโดยจนถึงมัธยมปลาย


แต่แล้วโชคชะตาทำให้ โชยะ และ โชโกะ ได้พบกันอีกครั้ง ที่โรงเรียนสอนภาษามือ เด็กหนุ่มได้ขอให้ เด็กสาว มาเป็นเพื่อนกับเขาอีกครั้ง ผ่านภาษามือ โชโกะ ที่พยามหนี โชยะ ในตอนแรก เกิดความประหลาดใจ เมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นที่เคยปฏิเสธคำขอเป็นเพื่อนของเธอเมื่อตอนประถม กลับมาขอให้เป็นเพื่อน อีกทั้งคน ๆ นี้ ที่เคยต่อต้านการเรียนภาษามือ ตอนนี้กลับสื่อสารด้วยภาษามือได้อย่างคล่องแคล่ว


ดูเหมือนเรื่องราวในอดีต จะทำให้ โชยะ เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาทุ่มเวลาทุกวินาทีเพื่อสำนึกบาปที่เคยก่อ และมีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกผิดเพียงเท่านั้น มองไม่เห็นแม้กระทั่งคุณค่าในการมีชีวิตอยู่ของตน การที่ได้พบกับ โชโกะ เป็นเหมือนโอกาสที่จะได้ไถ่บาปอย่างแท้จริง


โชยะ เพิ่มรู้ตัวว่า ที่ผ่านมาเขายังไม่เคยได้ขอโทษ โชโกะ เลยสักครั้ง เขาจึงได้กล่าวคำขอโทษต่อเธอจากหัวใจ โดยที่ โชโกะ น้อมรับและให้อภัยในที่สุด เพราะเธอไม่เคยคิดว่าเป็นความผิดของ โชยะ เลยสักครั้ง


เธอรู้สึกว่าตัวเองต่างหากที่ต้องขอโทษ อาจเป็นเพราะว่า เธอไม่สามารถสื่อสารกับทุกคนได้ เมื่อคนเราใช้เพียงแค่หูในการรับฟังเสียงจนเคยชิน คำพูดที่ไร้เสียงเหล่านั้น จึงเดินทางไปไม่ถึงใจผู้ฟัง และอาจเป็นเพราะหัวใจของผู้ฟัง ไม่เคยเปิดรับตั้งแต่แรก


หัวใจของ โชยะ ได้ถูกเปิดออกอีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาได้เห็นตัวเองที่ถูกรายล้อมไปด้วยเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ที่รอทำความรู้จักกับเขามากขึ้น ราวกับถูกปลดเปลื้องจากพันธนาการของอดีต


(ภาพจาก : conradbrunstrom.wordpress.com)

สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หาก โชยะ ไม่เงยหน้ารับความห่วงใยที่ถูกส่งมาจากทั้งสายตาและการกระทำจากเพื่อนในวันนั้น ที่เป็นเหมือนเครื่องยืนยันได้ว่า เขาพ้นผิดอย่างแท้จริงแล้ว ต่อจากนี้เขาสามารถมีความสุขได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดต่อใครอีกแล้ว


เป็นเรื่องธรรมดาที่เราไม่สามารถย้อนเวลาเพื่อไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ สิ่งที่ทำได้คือ การที่เราเรียนรู้จากเรื่องราวที่ผ่านมา เพื่อที่จะไม่ผิดพลาดซ้ำ หรือหากเกิดความผิดพลาด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ก็อย่าลืมที่จะขอโทษอย่างจริงใจ และที่สำคัญอย่างลืมให้อภัยตัวเอง


แท้จริงแล้ว คนที่ลงทัณฑ์เราอยู่ อาจไม่ใช่ใครอื่น แต่อาจจะเป็นตัวเราเอง ที่ลงโทษตัวเองให้จมกับความรู้สึกผิด จนพลาดโอกาสที่จะได้มีความสุขกับช่วงเวลาของชีวิต เหมือนดั่ง โชยะ ดังนั้น การให้อภัยตัวเองเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กับการขอโทษผู้อื่น เพราะความรู้สึกผิดของมนุษย์อาจไม่มีที่สิ้นสุด การไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้นั้น จึงอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด


ภาพจาก : sakugabooru.com

ดู 17 ครั้ง0 ความคิดเห็น