• phoothit

COHOUSING แชร์พื้นที่ความสุข ทางเลือกอยู่อาศัยวัยเกษียณ

เรื่องโดย : ประภัสสร สุโคตร


sks-atc-26102021-2

ประเทศไทยในปี 2564 มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากร หรือมากกว่า 13 ล้านคน ทำให้ตอนนี้สังคมไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้จะไม่ได้ทำงานแล้ว

เมื่อสังคมไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ


อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุนี้เอง ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของบ้านพักผู้สูงอายุมากขึ้นไปด้วย ในปี 2562 มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุอยู่ที่ 107,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 5-10% ต่อปี หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นปีละกว่า 5,300-10,000 ล้านบาท ซึ่งมูลค้าดังกล่าว รวมไปถึงการใช้จ่ายในเรื่องที่พักด้วย หากค่าใช้จ่ายจุดนี้ทางภาครัฐได้เข้ามาช่วยเหลือ ให้เป็นสวัสดิการสำหรับผู้สูงวัยและมีการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ


มูลค่าส่วนนี้ก็จะถูกกระจายไปอยู่ในสินค้าและบริการอื่น เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจตอนนี้ก็เ ป็นได้


นอกจากผู้สูงอายุที่อาศัยในบ้านของตนหรือครอบครัว ยังมีบางส่วนที่อาศัยในบ้านพักผู้สูงอายุด้วย ซึ่งบ้านพักผู้สูงอายุเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยรูปแบบของบ้านพักผู้สูงอายุในประเทศไทยที่ให้อยู่ได้ในระยะยาวจะมีรูปแบบหลัก (ไม่รวมสถานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอาย) คือ

1.สถานสงเคราะห์แก่ผู้สูงอายุที่ยากจนไร้ญาติ โดยจะให้การสงเคราะห์ในเรื่องที่พักอาศัย และมีอาหารบริการ มีทั้งของภาครัฐและเอกชน

2. ที่อยู่อาศัยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งคนที่จะมาใช้บริการจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่เตรียมเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป เป็นการเช่าซื้อบ้านหรือห้องพักในระยะยาว โดยมากเป็นระยะเวลา 30 ปี หรืออยู่อาศัยจนสิ้นอายุขัย แต่ไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในบ้านนั้นเมื่อเสียชีวิต มีทั้งที่อยู่ภายใต้การดูแลของภาครัฐและเอกชน

3. โครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นโครงการของภาคเอกชน ที่เป็นการขายสิทธิในการเข้าอยู่อาศัยตลอดชีวิต คือผู้ที่เข้าอยู่ไม่ได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และไม่สามารถขายสิทธิต่อให้ผู้อื่น โดยจุดเด่นของโมเดลนี้ อยู่ที่การออกแบบสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม รวมถึงการมีบริการทางการแพทย์ให้บริการเป็นประจำทุกวัน


4. โครงการอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชนเพื่อขาย โดยเน้นออกแบบให้บ้านมีลักษณะเฉพาะ เพื่อผู้สูงอายุ เช่น บ้านเดี่ยวสำหรับผู้สูงอายุ โดยแต่ละหลังจะมีสัญญาณเตือนไปยังสถานีพยาบาลหรือส่วนกลาง รวมถึงการลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย และศูนย์บริการต่าง ๆ ครบถ้วน

ชุมชนผู้สูงอายุ ใกล้ชิดและเข้าใจ ด้วยคนวัยเดียวกัน


เรื่องสำคัญของคนวัยเกษียณคือสุขภาพทางจิตใจ เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะปัจจุบันผู้สูงอายุมีอาการป่วยทางจิตใจจำนวนมาก โดยปัญหาสุขภาพจิตหลักที่พบคือ ปัญหาอาการซึมเศร้า โดยสาเหตุเกิดจากการเครียดที่ต้องใช้ชีวิตแบบจำกัดที่อยู่แต่ในบ้าน


ทางเลือกที่ช่วยให้ลดการเครียดและปัญหาด้านจิตใจได้คือ การอาศัยอยู่ในชุมชนที่มีคนวัยเดียวกัน การออกไปเจอผู้คน มีเวลาอยู่ร่วมกับครอบครัว ได้อยู่กับสัตว์เลี้ยงที่รัก ทำกิจกรรมที่ชอบ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เขาผ่อนคลายยิ่งขึ้น

Cohousing ทางเลือกวัยเกษียณ


Cohousing (โคเฮาส์ซิง) เป็นการแชร์พื้นที่บ้านร่วมกันของผู้สูงอายุ โดยโมเดลนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกที่ประเทศเดนมาร์กในช่วงปี 1988 ชื่อว่า “Sættedammen” (แซทเทดัมเมน) การจัดแบ่งพื้นที่ของ Cohousing จะแบ่งโดยมีพื้นที่บ้านที่อาจจะอยู่คนเดียว เป็นคู่ หรือรวมกลุ่ม โดยมีพื้นที่ส่วนกลางและสาธารณูปโภคร่วมกันภายใต้การดูแลของทุกคน เช่น สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ห้องสมุด ฟิตเนส และพื้นที่สังสรรค์ ให้ทุกคนได้มาใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยพื้นที่ Cohousing อาจมีตั้งแต่ 10-40 หลังคาเรือน เสมือนเป็นชุมชนเล็ก ๆ


ด้านความปลอดภัยและสุขภาพของผู้สูงอายุ พื้นที่ Cohousing จะเป็นที่รวมคนวัยเดียวกัน การดูแล จึงเป็นลักษณะเพื่อนบ้านดูแลกัน คอยถามไถ่กันในแต่ละวัน และด้วยความที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก เป็นชุมชนเล็ก ๆ หากมีสิ่งผิดสังเกตเกิดขึ้น เพื่อนบ้านจะรับรู้ได้ทันที แต่ในกรณีมีคนป่วยหนัก ยังจำเป็นต้องติดต่อแพทย์โดยทันที

Cohousing และบ้านพักผู้สูงอายุไทยในปัจจุบัน


Cohousing จะเป็นการแชร์พื้นที่ร่วมกันของคนที่มาอยู่อาศัยรวมกันเป็นชุมชนเล็ก ๆ อาจจะมีข้อจำกัดด้านคุณสมบัติของคนที่ต้องอยู่ร่วมกันคือต้องเป็นคนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงพอสมควร ดูแลตัวเองได้ และสามารถที่จะจ่ายในราคาที่สูงได้


สำคัญคือการสร้างบรรยากาศ สิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่กิจกรรมต่าง ๆ และบริเวณโดยรอบของ Cohousing นั้น จะออกแบบโดยคำนึกถึงสภาพแวดล้อม ให้เหมาะสมกับคนกลุ่มผู้สูงอายุ และตั้งห่างจากสิ่งรบกวนในตัวเมือง แต่ไม่ไกลจากตัวเมืองจนเกินไป


ส่วนบ้านพักผู้สูงอายุโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ Nursing Home (เนิร์สซิงโฮม) สำหรับดูแลผู้สูงอายุมากกว่า ซึ่งต้องมีคนคอยดูแลในด้านสุขภาพร่างกายประจำ บ้านพักผู้สูงอายุก็จะมีการจัดสรรส่วนนี้เพิ่มเข้าไป เพื่อที่จะให้แพทย์และพยาบาลมาดูแลอย่างใกล้ชิด


ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีบ้านพักผู้สูงอายุในรูปแบบ Cohousing ชัดเจนเกิดขึ้น แต่พอจะมีบ้านพักผู้สูงอายุที่ใช้โมเดลที่ใกล้เคียงกับ Cohousing อยู่บ้าง เช่น “สวางคนิเวศ” โครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุภายใต้การดูแลของ สภากาชาดไทย โดยโครงการมีพื้นที่ออกกำลังกาย ห้องคาราโอเกะ ห้องพระ ห้องสมุด และออกแบบสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ รวมถึงมีบริการฟรี wifi บริเวณห้องโถง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้อยู่ร่วมกัน


อีกโครงการคือ “แสนสรา” ของเอกชนที่หัวหิน พัฒนาโครงการโดย บริษัท บิวเดอร์สมาร์ท จำกัด (มหาชน) โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่มีอายุวัย 50 ปีขึ้นไป และเน้นขายให้กับลูกค้าชาวต่างชาติ ที่มีความต้องการซื้อที่พักอาศัยในต่างประเทศ


ล่าสุด เอพี (ไทยแลนด์) เพิ่งประกาศจะสร้างคอนโดมีเนียมที่เจาะกลุ่มคนสูงวัยรุ่นใหม่ (The Young Old) อายุ 60-75 ปี ที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองติดแนวรถไฟฟ้า ตลอดจนวิธีคิด และการออกแบบที่เข้าถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยตามคอนเซ็ปของ Cohousing

Cohousing ทางเลือกแชร์พื้นที่วัยเกษียณ


หลายคนอาจจะคิดและวาดฝันชีวิตหลังวัยเกษียณไว้บ้าง การมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน ให้อิสระกับตัวเอง และยังต้องการพื้นที่ที่รายล้อมไปด้วยผู้คนในวัยเดียวกันที่เข้าใจกัน ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในแต่ละวันก็จะส่งผลให้สุขภาพจิตดีไปด้วย และยิ่งในอนาคตอันใกล้ที่คนสูงวัยจะเพิ่มมากขึ้น ความต้องการพื้นที่ลักษณะนี้ก็จะเพิ่มขึ้นตาม ประเทศไทยในตอนนี้มีการศึกษาและทดลองโมเดล Cohousing บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นภาคเอกชน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ตอบโจทย์เฉพาะผู้สูงอายุบางกลุ่มเท่านั้น

ทั้งนี้ หากภาครัฐทำการศึกษาโมเดล Cohousing และพัฒนาเป็นโครงการให้เกิดขึ้นจริง อาจทำให้มีตัวเลือกที่ราคาถูกลง ตอบโจทย์กลุ่มคนหลากหลายมากขึ้น หรืออาจพัฒนาปรับใช้ไปกับสถานดูแลผู้สูงอายุที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยที่ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีคุณภาพและตอบโจทย์ได้อย่างทั่วถึง

อ้างอิง : สถิติผู้สูงอายุประเทศไทย, กรมกิจการผู้สูงอายุ, โครงการการศึกษารูปแบบการให้บริการ การบริหารและการจัดการที่พักสำหรับผู้สูงอายุ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Co-Housing ชุมชนคนต้านเหงาของวัยเก๋าเหล่า 50+ โดย พัชรี บอนคำ Urban Creature