• phoothit

"ทำงานจนวันตาย" แรงงานสูงวัยไทยไร้สวัสดิการ ไม่ทำก็รับเดือนละ 600 บาทต่อไป

เรื่องโดย : ประกฤติ โคตรพงษ์


sks-atc-08122021-1

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ในอัตราที่เร็วกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรกลุ่มผู้สูงอายุหรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 12 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 6 ของประชากรทั้งหมด ถือเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียนรองจากสิงคโปร์ และมีสัดส่วนประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปี ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงร้อยละ 20 และคาดว่าจะมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปีกว่าร้อยละ 30 ภายใน ปี 2584

เมื่อประชากรไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ ย่อมมีผลต่อระบบโครงสร้างทางเศรษกิจและสังคม โดยเฉพาะกำลังแรงงานวัยทำงานที่ลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจ้างงานผู้สูงอายุอาจเป็นหนึ่งในทางออก ที่ตอบโจทย์ปัญหาการขาดแคลนแรงงานบางวิชาชีพ ช่วยให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากเบี้ยชราภาพที่ได้รับทุกเดือนในอัตรา 600-1,000 บาทเท่านั้น ซึ่งคงไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

ข้อมูล สำนักสถิติแห่งชาติ ปี 2563 ชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุทั้งสิ้นประมาณ 12 ล้านคน ในจำนวนนี้ เป็นผู้สูงอายุที่ทำงานจำนวน 4,704,477 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 36.91 ของจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด ใน 4.7 ล้านคนดังกล่าวนี้ เป็นแรงงานในระบบเพียง 606,666 คน คิดเป็นร้อยละ 12.89 ขณะที่แรงงานนอกระบบมีถึง 4,097,811 คน คิดเป็นร้อยละ 87.10 ของแรงงานสูงวัยทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าแรงงานสูงวัยนอกระบบมีสัดส่วนสูงมากเมื่อเทียบกับแรงงานสูงวัยในระบบ สะท้อนคำถามว่า แรงงานสูงวัยไทย เป็นแรงงานที่ชีวิตไร้สวัสดิการแรงงานหรือไม่อย่างไร ?

แม้ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน จะพยายามเพิ่มช่องทางสร้างแรงจูงใจ เพื่อดึงแรงงานสูงวัยกลับสู่ระบบแรงงาน ผ่านการปรับแก้กฎหมายประกันสังคมมาตรา 40 ที่เปิดโอกาสให้แรงงานอิสระหรือผู้ประกอบอาชีพอาชีพอิสระที่มีอายุเกิน 60 ปี แต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้ โดยได้รับความคุ้มครองมากที่สุด 5 กรณี ได้แก่ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ และสงเคราะห์บุตร ตามเงื่อนไขการเกิดสิทธิ

อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจ สำนักสถิติแห่งชาติ ปี 2563 ที่ผ่านมา ดังข้อมูลข้างต้นกลับพบว่า ยังมีแรงงานอีกกว่า 4 ล้านคน ที่ยังไม่ได้อยู่ระบบประกันสังคม แม้รัฐจะพยายามปรับแก้กฎหมายประกันสังคมเพื่อรองรับแรงงานสูงวัย แต่ยังขาดผลเชิงประจักษ์ สะท้อนไปถึงการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ใส่ใจปัญหาที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด


ขณะที่ กระทรวงแรงงาน ในปีงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมา มีเป้าหมายจ้างงานผู้สูงอายุจำนวน 17,615 คน โดยขับเคลื่อนผ่านโครงการสำคัญ แบ่งเป็น 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1. ส่งเสริมการประกอบอาชีพให้ผู้สูงอายุ จำนวน 2,580 คน และ 2. ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ จำนวน 15,035 คน

แต่จากผลการดำเนินงานสามารถส่งเสริมการประกอบอาชีพและส่งเสริมการจ้างงานได้เพียง 10,514 คน แบ่งเป็นผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพ 1,113 คน ผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมการจ้างงาน 9,401 คน


กระทรวงแรงงาน วาดฝันการจ้างงานผู้สูงอายุไว้อย่างสวยหรู ทว่าจากการดำเนินการจริงสามารถจัดสรรหาให้ผู้สูงอายุได้เพียงหนึ่งหมื่นกว่าคน จากเป้าที่ตั้งไว้ถึง 17,615 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับแรงงานสูงวัยนอกระบบที่มีมากกว่า 4 ล้านคน คำถามคือ เหตุใดจึงทำไม่ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เมื่อมองย้อนกลับไปที่ตัวเลขของแรงงานสูงวัยไทยนอกระบบยิ่งห่างไกลกับตัวเลขที่หวังไว้อย่างมาก

อนาคตโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยจะเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น แรงงานของผู้สูงอายุจึงมีความสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สถานการณ์ประชากรที่เปลี่ยนไปทําให้ประชากรกลุ่มผู้สูงอายุมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน การจ้างงานผู้สูงอายุถือว่าเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานบางวิชาชีพ อีกทางเลือกหนึ่ง

กระนั้น นโยบายการจัดหาแรงงานผู้สูงอายุเพื่อมาอุดรอยรั่วแรงงานวันทำงานที่กำลังขาดแคลน ยังไม่เข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพมากพอ การติดตามประเมินผลโครงการจ้างงานของกระทรวงแรงงานเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นสิ่งที่สะท้อนอนาคตของประเทศว่า จะสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและปรับรูปแบบการทำงานของผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสมทั้งระบบได้มากน้อยเพียงใด

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีตัวเลขผู้สูงอายุกว่า 12 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แรงงานผู้สูงอายุมีจำนวน 4 ล้านกว่าคน ในจำนวนดังกล่าวมีแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมเพียง 6 แสนกว่าคนเท่านั้น ตัวเลขของแรงงานในระบบประกันสังคมสะท้อนถึงปัญหาการจัดสรรสวัดิการของแรงงานผู้สูงอายุอย่างไร้ประสิทธิภาพ หลังจากนี้กระทรวงแรงงานจะมีแนวทางในการแก้ปัญหากับแรงงานนอกระบบประกันสังคมอย่างไร

ขณะเดียวกันแรงงานสูงอายุที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 กระทรวงแรงงานจะมีนโยบายใดบ้างที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประกันสังคมให้กับแรงงานสูงวัย เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้สูงอายุหันกลับมาทำงานอีกครั้งเพื่อช่วยขับเคลื่อนฐานการผลิตในตลาดที่กำลังขาดแคลน อย่างมั่นใจในคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยและเท่าเทียมกับแรงงานวัยทำงานอื่น ๆ

เมื่อชีวิตขาดสวัสดิการบำนาญ ผู้สูงอายุไทยจำต้องทำงานกันต่อไปหลังเกษียณ จะทำอย่างไรในเมื่อเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท ไม่พอใช้


ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ และ กรมจัดหางาน