• phoothit

Hello, My Name Is Doris สวัสดีชีวิตใหม่ในวัย 60

เรื่องโดย : สุพัตรา ถาวงษ์กลาง


sook-kasean-atc-30072021-1

เราสามารถตกหลุมรักได้ทั้งชีวิตไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม

เชื่อว่าขาวสุขเกษียณก็คงเคยตกอยู่ในห้วงเวลาเช่นนั้นหรือกำลังตกหลุมรักใครอยู่ การได้รักใครสักคนอาจนำพาไปพบได้ทั้งความสุขสมและความเจ็บปวด แต่ก็เป็นเพราะความรักด้วยเช่นกันที่กลายเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดผันเปลี่ยนของชีวิต เช่นเดียวกับ ‘ดอริส’ ที่การตกหลุมรักอีกครั้งในวัย 60 จุดประกายให้ใช้ชีวิตในวัยเลขหกของเธอมีสีสันขึ้น


สุขเกษียณขอแนะนำภาพยนตร์ฟีลรักเอยเตยหอม เรื่อง “Hello, My Name Is Doris” (2015) หรือชื่อไทยตรงตัวว่า “สวัสดี ชื่อของฉันคือดอริส” ภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ดราม่า สัญชาติอเมริกา กำกับโดย ไมเคิล โชวอลเตอร์ (Michael Showalter) ว่าด้วยเรื่องชีวิตของ ดอริส มิลเลอร์ (Doris Miller) รับบทโดย เซลลี่ ฟิลด์ (Sally Field) สาวออฟฟิศวัย 60 ปี ที่ดันไปปิ๊งรักหนุ่มต่างรุ่นที่มีอายุเพียงครึ่งหนึ่งของเธอเห็นจะได้ กระทั่งความรักกลายเป็นพลังในการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ของเธอ


ดอริสในวัย 60 ปี ต้องสูญเสียแม่ที่อยู่กับเธอมาทั้งชีวิต การจากไปของแม่ทำเอาเธอเคว้งคว้างไปไม่เป็นอยู่พักใหญ่ แต่ในเช้าวันหนึ่งที่เธอนั่งเรือข้ามฟากเพื่อไปทำงานเช่นทุก ๆ วัน เธอกลับได้พบชายหนุ่มคนหนึ่งเข้า ก่อนจะมารู้ในภายหลังว่าเขาชื่อว่า จอห์น ฟีมอนด์ (Max Greenfield) เป็นพนักงานใหม่ในบริษัทเดียวกันกับเธอนั่นเอง


ดอริสตกหลุมรักจอห์นราวกับเด็กสาวพบเจอรักแรก ในตอนนั้นเองที่ทำให้เธอเกิดพลังที่จะเริ่มชีวิตใหม่ในวัย 60 นี่แหละ ด้วยการเอาชนะในของจอห์นให้ได้


ภาพจาก : thewrap.com

จากผู้หญิงที่เคยพลาดโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตของตัวเอง ดอริสได้ตัวตนของเธอกลับมาอีกครั้งโดยมีความรักเป็นไฟจุดประกาย การตกหลุมรักจอห์นทำให้เธอพบว่าจริง ๆ แล้วชีวิตของเธอยังเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ผู้หญิงวัย 60 ปี จึงได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ในชีวิตไม่เคยได้ทำมาก่อน อย่างการไปดูคอนเสิร์ตครั้งแรก การรู้จักใช้เฟซบุ๊กเพื่อติดต่อกันจอห์น หรือการเข้าไปอยู่ในสังคมแบบใหม่ด้วย


แม้ว่าทุกอย่างจะไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิดไปเสียหมด แต่ชีวิตของดอริสก็ได้พบเจอความสดใหม่ที่นำเธอไปสู่ความสดใสซาบซ่า ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่อง “ผู้ชาย” หรือ “ความรัก” แต่มันยังมาพร้อมกับเสียง “ดนตรี” ที่ทำให้เธอได้ค้นพบจังหวะใหม่ของชีวิตที่ไม่คุ้นเคย การได้เข้าไปอยู่ใน “สังคม” ที่กลายเป็นพลังงานในการใช้ชีวิต หรือแม้แต่การปลดแอกความโดดเดี่ยวของเธอด้วยการเรียนรู้ที่จะใช้ “เทคโนโลยี” เป็นครั้งแรก


ซึ่งทั้งหมดที่เพิ่มเข้ามานี้เอง คือสิ่งที่เธอขาดหายไปในอดีต เมื่อวันหนึ่งเธอได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ดอริสถึงได้รู้ว่าเธอชอบสิ่งใหม่ ๆ ที่ได้ทำ และรู้สึกรักการใช้ชีวิตแบบใหม่ ทว่าดอริสก็ไม่ได้ทิ้งชีวิตแบบเดิมของเธอ เพียงแต่เธอได้ค้นพบการใช้ชีวิตแบบที่เธอไม่เคยทำเท่านั้น


ดอริสทำให้เห็นว่าบางครั้งกว่าคนเราจะได้รู้จักการใช้ชีวิตจริง ๆ ก็ตอนที่ใช้เวลามาจนเกินครึ่งของชีวิตเสียแล้ว บางคนเพิ่งจะเคยตกหลุมรัก บางคนสูญเสียตัวเองไว้ในอดีต หรือบางคนเพิ่งจะค้นพบสิ่งที่ชอบ แต่ถึงอย่างนั้นไม่ได้มีอะไรสายเกินไป หากยังมีพลังที่จะใช้ชีวิตอยู่ เหมือนกับกับดอริสที่ได้เริ่มทำในหลาย ๆ สิ่งที่เธอไม่เคยทำในวัยเลขหก โดยที่มีความรักเป็นเหมือนตัวจุดประกาย


แม้ว่าชาวสุขเกษียณจะเดินทางมาไกลถึงวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะเดินมาจนสุดทางของชีวิต บางทีอาจจะเริ่มค้นพบการใช้ชีวิตแบบใหม่ หรือสิ่งที่สูญหายไปในอดีต เพียงแค่รอวันที่มีบางอย่างมาจุดประกายไฟให้เราได้มีพลังใจการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรักหรืออะไรก็ตาม เชื่อว่าชาวสุขเกษียณจะพบแรงบัลดาลใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ไม่ยากในสักวัน


สำหรับใครที่อยากรู้ว่าดอริส สาววัย 60 ปีจะสามารถเอาชนะใจจอห์น ชายหนุ่มที่เธอตกหลุมรักได้หรือไม่ สามารถติดตามความน่ารักและความพยายามของเธอได้ในเรื่อง Hello, My Name Is Doris สวัสดี ชื่อของฉันคือดอริส


ภาพจาก : deadline.com