fbpx

การเดินทางของ Typography

การเดินทางของ TYPO DESIGN

 

 

       หลายท่าน โดยเฉพาะคนไทย อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า “TYPO DESIGN” หรือ “Typography” ซึ่งหมายถึง การออกแบบตัวอักษร วันนี้สุขเกษียณต้องการพาทุกท่านไปรู้จักกับจุดเริ่มต้นของการออกแบบตัวอักษร!

        แรกเริ่มเดิมที่ ไม่มีการพิมพ์ตัวอักษร มีเพียงการเขียน ซึ่งหนังสือที่ได้รับความนิยมมากที่สุด (ในโลกตะวันตก) จะเป็นเล่มไหนไปไม่ได้ นอกจาก คัมภีร์ไบเบิ้ล หรือ คำสอนจากพระเจ้าในคริสตศาสนา ในช่วงแรกมีความต้องการคัมภีร์ไบเบิ้ลจำนวนมาก และการผลิตหนังสือแต่ละเล่มจะต้องใช้การเขียน การคัดลอกที่ละหน้าที่ละตัวอักษร ซึ่งใช้ระยะเวลานาน รวมถึง บ้างก็ใจความตกหล่น เขียนผิด อ่านลายมือไม่ออก ทำให้เกิดความสับสนแก่ชาวคริสต์ โจแฮเนส กูเต็นเบิร์ก (Johannes Gutenberg) ชาวเยอรมัน ผู้ปฏิวัติโลกแห่งการสื่อสาร เขาคิดว่าหนังสือต้องถูกเผยแพร่มากขึ้น จึงเริ่มคิดค้น แท่นพิมพ์ที่เรียกว่า แท่นพิมพ์กูเต็นเบิร์ก และออกแบบ Typeface แรกขึ้น ชื่อว่า Black letter ตัวอักษรจะมีลักษณะ หนาเข้ม เหมือนการเขียนด้วยหมึกจริงๆ ซึ่งดูแล้วรู้สึกแน่น ทึบ ยุ่งเหยิงเมื่อพิมพ์เสร็จ  จึงได้รับการปรับเปลี่ยนเรื่อยๆ ต่อมาเป็นยุคของ อักษรโรมัน Typeface cambria ถูกสร้างขึ้นศตวรรษที่ 15 นิโคลัส เจนสัน ชาวฝรั่งเศส ที่ทำงานเวนิส โปรแกรม Word บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเอง  โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก สถาปัตยกรรมโบราณของโรมัน เป็นทรงตรงๆ โค้งง่ายๆ อ่านง่า ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป หลังจากนั้น italics หรือตัวเอียงถูกสร้างปลายศตวรรษที่ 15  โดย  Aldus Mautius จากอิตาลี  สร้างคอมม่าและเซมิโคลอน อังกฤษ ศตวรรษที่ 18  William Caslon สร้าง ได้รับแรงบันดาลใจจากสมัยก่อน Old style Transitional Modern Sans-Serif ไม่ได้ได้รับความนิยมในทันที แต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ตัวอักษรกวางขึ้นและ หนาขึ้น

      และสุดท้ายยุคของดิจิทัลหรือ ยุคปัจจุบันนี่ละ ที่ มีการใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย และมีบทบาทสำคัญ ในการผลิตรูปแบบของ Typeface อีกหมื่นๆ รูปแบบ และ typography ก็หลายล้านรูปแบบนั่นเอง 😀

ใส่ความเห็น